การเดินทางเข้าไทยสำหรับคนต่างชาติในช่วง COVID-19

การเดินทางเข้าไทยสำหรับคนต่างชาติในช่วง COVID-19

16 พ.ย. 2563

การเดินทางเข้าไทยสำหรับคนต่างชาติในช่วง COVID-19

 

 1. ประเภทของคนต่างชาติที่ได้รับอนุญาตให้เดินทางเข้าไทยได้จากกัมพูชา

     1.1 คนต่างชาติที่จำเป็นต้องไปรักษาพยาบาลและผู้ติดตามไม่เกิน 3 คน และต้องไม่เป็นกรณีเข้าไทยเพื่อการรักษาพยาบาลโรค COVID-19
     1.2 คนต่างชาติที่มีคู่สมรสตามกฎหมาย บิดา มารดา หรือบุตร เป็นบุคคลสัญชาติไทย
     1.3 คนต่างชาติที่มีใบสำคัญถิ่นที่อยู่ในราชอาณาจักรไทย และคู่สมรส/บุตร
     1.4 คนต่างชาติที่มีใบอนุญาตทำงานหรือได้รับอนุญาตให้เข้าไปทำงานในไทย และคู่สมรส/บุตร
     1.5 คนต่างชาติที่เป็นนักเรียน/นักศึกษาของสถานศึกษาในไทยที่ทางการไทยรับรอง และบิดา/มารดา/ผู้ปกครอง รวมถึงการเข้ามารับการศึกษา/ดูงาน/ฝึกงาน อบรมในระยะสั้น ในหน่วยงานรัฐบาล รัฐวิสาหกิจ องค์กรระหว่างประเทศ หรือสถาบันการศึกษาที่จดทะเบียนตามกฎหมาย/เข้ามาประชุมหรือเข้าร่วมกิจกรรมทางศาสนาขององค์กรเอกชนในประเทศไทย
     1.6 บุคคลในคณะทูตหรือคณะกงสุล องค์การระหว่างประเทศ และครอบครัว
     1.7 คนต่างชาติที่มีวีซ่าท่องเที่ยว รหัส TR
     1.8 คนต่างชาติที่มีวีซ่าท่องเที่ยว รหัส STV
     1.9 คนต่างชาติ (หนังสือเดินทางธรรมดา) ที่สามารถเข้าไปท่องเที่ยวไทยได้โดยได้รับการยกเว้นวีซ่า ประเภท 30 วัน หรือ 90 วัน
     1.10 คนต่างชาติที่มีวีซ่า Non-Immigrant B (การติดต่อหรือประกอบธุรกิจ)
     1.11 คนต่างชาติที่มีวีซ่า Non-Immigrant O (เพื่อใช้ชีวิตในบั้นปลาย) หรือ O-X หรือ O-A
     1.12 คนต่างชาติที่มี Elite visa ที่ได้รับอนุมัติเป็นการเฉพาะ
     1.13 คนต่างชาติที่มีวีซ่า Non-Immigrant R (เข้ามาเผยแผ่ศาสนาในประเทศไทย) โดยต้องมีหนังสืออนุมัติจากกรมการศาสนา
     1.14 คนต่างชาติที่เข้ามาเป็นอาสาสมัครในองค์กรเอกชน (NGO) หรือองค์กรการกุศล สาธารณะ หรือมูลนิธิ
     1.15 คนต่างชาติที่เคยมีสัญชาติไทย
     1.16 คนต่างชาติที่เข้ามาเป็นคู่ความและพยานในการดำเนินคดีในประเทศไทย
     1.17 คนต่างชาติที่มีวีซ่า (Transit visa) เพื่อเดินทางผ่านประเทศไทยโดยออกจากสนามบิน โดยบุคคลกลุ่มนี้ยังต้องกักตัว
     1.18 คนต่างชาติที่เดินทางเข้ามาเล่นกีฬาในประเทศไทย โดยต้องได้รับการอนุมัติจากสมาคมกีฬา และกระทรวงการต่างประเทศ
     1.19 ผู้ถือบัตร APEC Card ที่มีรหัส THA

คนต่างชาติที่ไม่เข้าข่ายกลุ่มต่าง ๆ ข้างต้นยังไม่ได้รับอนุญาตให้เดินทางเข้าไทย เช่น แรงงานและครอบครัว นักเรียนในโรงเรียนนอกระบบ (อาทิ โรงเรียนสอนภาษา ดำน้ำ มวย ตัดเย็บเสื้อผ้า)

ตั้งแต่เดือนมีนาคม 2564 เป็นต้นไป ผู้โดยสารต่างชาติสามารถถ่ายลำ/เปลี่ยนลำ (transit/transfer) ที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิได้ไม่เกิน 12 ชั่วโมง โดยไม่ต้องขอรับ COE แต่จะต้องเตรียมเอกสารสำหรับสายการบินตรวจสอบ ดังนี้ (1) ใบรับรองแพทย์ที่ยืนยันว่ามีสุขภาพเหมาะสมต่อการเดินทาง (Fit-to-Fly Health Certificate) (2) ผลการตรวจ COVID-19 แบบ RT-PCR ซึ่งเป็นลบ ซึ่งมีอายุไม่เกิน 72 ชั่วโมงก่อนการเดินทาง และ (3) กรมธรรม์ประกันภัยที่มีวงเงินเอาประกันไม่ต่ำกว่า 100,000 ดอลลาร์สหรัฐหรือเทียบเท่า ซึ่งต้องครอบคลุมค่ารักษาพยาบาล รวมทั้งกรณี COVID-19 ในไทย โปรดศึกษารายละเอียดอย่างรอบคอบ (คลิก)

 

2. เอกสารที่คนต่างชาติต้องแสดงที่ด่านตรวจคนเข้าเมืองสำหรับการเดินทางเข้าไทย

     2.1 หนังสือเดินทางและวีซ่า
     2.2 หนังสือรับรองการเดินทางเข้าไทย (Certificate of Entry: COE)
     2.3 Declaration Form (คลิกเพื่อดาวน์โหลด) ที่ผู้ร้องกรอกข้อมูลและลงนามรับทราบข้อปฏิบัติ
     2.4 ผลการตรวจ COVID-19 แบบ RT-PCR ซึ่งเป็นลบและมีอายุไม่เกิน 72 ชั่วโมงก่อนการเดินทาง (* โปรดดูคำอธิบายแนบท้าย)
     2.5 ทุกท่านจะต้องลงทะเบียนในแอพพลิเคชั่น ThailandPlus โดยศึกษาวิธีการลงทะเบียนได้ที่นี่ (คลิก)

 

3. การขอรับ COE และวีซ่า

     3.1 เอกสารที่คนต่างชาติทุกประเภท (1.1-1.19) จะต้องแสดงต่อสถานเอกอัครราชทูตฯ ได้แก่

          3.1.1 หนังสือเดินทางและสำเนาหนังสือเดินทาง
          3.1.2 กรมธรรม์ประกันสุขภาพที่มีวงเงินเอาประกันไม่ต่ำกว่า 100,000 ดอลลาร์สหรัฐหรือเทียบเท่า ซึ่งต้องครอบคลุมค่ารักษาพยาบาล (รวมทั้งกรณี COVID-19) ในไทย ตลอดระยะเวลาที่พำนักในไทย
          3.1.3 เอกสารยืนยันการจองสถานที่กักตัว ได้แก่ Alternative State Quarantine (ASQ) หรือ Alternative Local Quarantine (ALQ) หรือ Alternative Hospital Quarantine (AHQ) หรือ Organizational Quarantine (OQ) แล้วแต่ประเภทของคนต่างชาติ (* โปรดดูคำอธิบายแนบท้าย)
          3.1.4 (กรณีที่ต้องขอวีซ่า) ใบสมัครวีซ่า (คลิก) และรูปถ่าย (4.5 ซม. x 3.5 ซม.) (* โปรดดูคำอธิบายแนบท้าย)

     3.2 เอกสารเฉพาะที่คนต่างชาติแต่ละประเภทจะต้องแสดงต่อสถานเอกอัครราชทูตฯ ได้แก่

ประเภทของคนต่างชาติ

เอกสารเฉพาะของคนต่างชาติ

คนต่างชาติที่จำเป็นต้องไปรักษาพยาบาลและผู้ติดตามไม่เกิน 3 คน และต้องไม่เป็นกรณีเข้าไทยเพื่อการรักษาพยาบาลโรค COVID-19

- Confirmation Letter (สำหรับผู้ป่วย) และ Affidavit of Support (สำหรับผู้ติดตาม หากมี) จากกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (สบส.) กระทรวงสาธารณสุข

- รายละเอียดการเดินทางเข้าไทย

กรณีเดินทางทางอากาศ: หมายเลขเที่ยวบิน วันและเวลาที่จะเดินทางถึงไทย ท่าอากาศยานปลายทางในไทย 

กรณีเดินทางทางบก: ชื่อ-สกุลและหมายเลขโทรศัพท์ของคนขับ ป้ายทะเบียนรถ วันและเวลานัดหมายที่ด่าน

 

- ผู้ร้องสมัครวีซ่าท่องเที่ยว รหัส MT ค่าธรรมเนียม 40 ดอลลาร์สหรัฐ หรือ Non-Immigrant O (รักษาพยาบาล) ค่าธรรมเนียม 80 ดอลลาร์สหรัฐ

- ผู้ติดตามสมัครวีซ่า Non-Immigrant O (รักษาพยาบาล) ค่าธรรมเนียม 80 ดอลลาร์สหรัฐ

คนต่างชาติที่มีคู่สมรสตามกฎหมาย บิดา มารดา หรือบุตร เป็นบุคคลสัญชาติไทย

- เอกสารยืนยันความสัมพันธ์ระหว่างผู้ร้องกับบุคคลสัญชาติไทย เช่น ทะเบียนสมรส สูติบัตร

 

- ผู้ร้องสมัครวีซ่า Non-Immigrant O ค่าธรรมเนียม 80 ดอลลาร์สหรัฐ

คนต่างชาติที่มีใบสำคัญถิ่นที่อยู่ในราชอาณาจักรไทย และคู่สมรส/บุตร

- ใบสำคัญถิ่นที่อยู่ (ตม.15 หรือ ตม.16 หรือ ตม.17)

- Re-Entry Permit หรือ Non-Quota Immigrant Visa

- (กรณีคู่สมรส/บุตร) เอกสารยืนยันความสัมพันธ์ระหว่างผู้ร้องกับคู่สมรส/บุตร เช่น ทะเบียนสมรส สูติบัตร

คนต่างชาติที่มีใบอนุญาตทำงานหรือได้รับอนุญาตให้เข้าไปทำงานในไทย และคู่สมรส/บุตร

- ใบอนุญาตทำงานหรือหนังสือยืนยันการอนุญาตให้เข้าไปทำงานจากกระทรวงแรงงาน (สำหรับการทำงานทั่วไป) กระทรวงศึกษาธิการหรือโรงเรียนนานาชาติ (สำหรับครู) สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (สำหรับนักลงทุน)

- (กรณีคู่สมรส/บุตร) เอกสารยืนยันความสัมพันธ์ระหว่างผู้ร้องกับคู่สมรส/บุตร เช่น ทะเบียนสมรส สูติบัตร

 

- ผู้ร้องสมัครวีซ่า Non-Immigrant B/IB/M/RS/SMART (แล้วแต่กรณี) ค่าธรรมเนียม 80 ดอลลาร์สหรัฐ

- คู่สมรส/บุตรสมัครวีซ่า Non-Immigrant O ค่าธรรมเนียม 80 ดอลลาร์สหรัฐ

คนต่างชาติที่เป็นนักเรียน/นักศึกษาของสถานศึกษาในไทยที่ทางการไทยรับรอง และบิดา/มารดา/ผู้ปกครอง รวมถึงการเข้ามารับการศึกษา/ดูงาน/ฝึกงาน อบรมในระยะสั้น ในหน่วยงานรัฐบาล รัฐวิสาหกิจ องค์กรระหว่างประเทศ หรือสถาบันการศึกษาที่จดทะเบียนตามกฎหมาย/เข้ามาประชุมหรือเข้าร่วมกิจกรรมทางศาสนาขององค์กรเอกชนในประเทศไทย

- เอกสารยืนยันสถานภาพนักเรียน/นักศึกษา หรือหนังสือตอบรับเข้าศึกษาจากสถานศึกษาในไทยที่ทางการไทยรับรอง

- หนังสือรับรองจากหน่วยงานของรัฐที่กำกับดูแลสถานศึกษานั้น (ยกเว้นโรงเรียนนานาชาติและสถาบันอุดมศึกษาทั้งของรัฐและเอกชน)

- (กรณีบิดา/มารดา/ผู้ปกครอง) เอกสารยืนยันความสัมพันธ์ระหว่างผู้ร้องกับบิดา/มารดา/ผู้ปกครอง เช่น สูติบัตร คำสั่งศาล

 

- ผู้ร้องสมัครวีซ่า Non-Immigrant ED ค่าธรรมเนียม 80 ดอลลาร์สหรัฐ

- บิดา/มารดา/ผู้ปกครองสมัครวีซ่า Non-Immigrant O ค่าธรรมเนียม 80 ดอลลาร์สหรัฐ

บุคคลในคณะทูตหรือคณะกงสุล องค์การระหว่างประเทศ และครอบครัว

- หนังสือรับรองจากสถานเอกอัครราชทูต/สถานกงสุลใหญ่/องค์การระหว่างประเทศในไทย

- (สำหรับครอบครัว) เอกสารยืนยันความสัมพันธ์ระหว่างผู้ร้องกับครอบครัว เช่น ทะเบียนสมรส สูติบัตร

 

- สถานเอกอัครราชทูตฯ จะออกวีซ่าทูตสำหรับผู้ถือหนังสือเดินทางทูต หรือ U.N. Laissez Passer สีแดง (ไม่มีค่าธรรมเนียม) วีซ่าราชการสำหรับผู้ถือหนังสือเดินทางราชการ หรือ U.N. Laissez Passer สีฟ้า (ไม่มีค่าธรรมเนียม) และวีซ่า Non-Immigrant F สำหรับผู้ถือหนังสือเดินทางธรรมดา (ค่าธรรมเนียม 80 ดอลลาร์สหรัฐ)

คนต่างชาติที่มีวีซ่าท่องเที่ยว รหัส TR

- วีซ่าท่องเที่ยว รหัส TR

 

หากผู้ร้องยังไม่มีวีซ่าท่องเที่ยว รหัส TR

- หลักฐานที่แสดงการเดินทางเข้าและออกจากไทย เช่น บัตรโดยสารเครื่องบินไป-กลับ

- หลักฐานทางการเงินที่ไม่ต่ำกว่า 20,000 บาท/คน หรือ 40,000 บาท/ครอบครัว

- ค่าธรรมเนียม 40 ดอลลาร์สหรัฐ

คนต่างชาติที่มีวีซ่าท่องเที่ยว รหัส STV

- วีซ่าท่องเที่ยว รหัส STV

 

หากผู้ร้องยังไม่มีวีซ่าท่องเที่ยว รหัส STV

โปรดศึกษารายละเอียดที่นี่ (คลิก)

คนต่างชาติ (หนังสือเดินทางธรรมดา) ที่สามารถเข้าไปท่องเที่ยวไทยได้โดยได้รับการยกเว้นวีซ่า ประเภท 30 วัน หรือ 90 วัน

 

*** ไม่ได้รับอนุญาตให้เดินทางเข้าไทยทางบก

บุคคลจากประเทศ/ดินแดนเหล่านี้สามารถท่องเที่ยวในไทยได้ 30 วัน (ได้รับการขยายเป็น 45 วัน จนถึง 30 กันยายน 2564): อันดอร์รา ออสเตรเลีย ออสเตรีย เบลเยี่ยม บาห์เรน บรูไน แคนาดา เช็ก เดนมาร์ก เอสโตเนีย ฟินแลนด์ ฝรั่งเศส เยอรมนี กรีซ ฮังการี ไอซ์แลนด์ อินโดนีเซีย ไอร์แลนด์ อิสราเอล อิตาลี ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ คูเวต ลัตเวีย ลิกเตนสไตน์ ลิทัวเนีย ลักเซมเบิร์ก มาเลเซีย มัลดีฟส์ มอริเชียส โมนาโก เนเธอร์แลนด์ นิวซีแลนด์ นอร์เวย์ โอมาน ฟิลิปปินส์ โปแลนด์ โปรตุเกส กาตาร์ ซานมารีโน สิงคโปร์ สโลวัก สโลวีเนีย สเปน แอฟริกาใต้ สวีเดน สวิตเซอร์แลนด์ ตุรกี ยูเครน สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ สหราชอาณาจักร สหรัฐอเมริกา

บุคคลจากประเทศ/ดินแดนเหล่านี้สามารถท่องเที่ยวในไทยได้ 30 วัน: ฮ่องกง สปป.ลาว มาเก๊า มองโกเลีย รัสเซีย เวียดนาม

บุคคลจากประเทศ/ดินแดนเหล่านี้สามารถท่องเที่ยวในไทยได้ 90 วัน: อาร์เจนตินา บราซิล ชิลี เปรู

ทั้งนี้ ยังไม่อนุญาตให้ผู้ถือหนังสือเดินทางกัมพูชาเข้าไปท่องเที่ยวไทยได้โดยได้รับการยกเว้นวีซ่า แต่จะต้องขอรับวีซ่าประเภท TR หรือ STV ก่อนเดินทางไปท่องเที่ยวในไทย

คนต่างชาติที่มีวีซ่า Non-Immigrant B (การติดต่อหรือประกอบธุรกิจ)

- วีซ่า Non-Immigrant B

 

หากผู้ร้องยังไม่มีวีซ่า Non-Immigrant B

- หนังสือรับรองการทำงานของบริษัทที่ผู้ร้องทำงานอยู่ รวมทั้งระบุวัตถุประสงค์ของการเดินทางไปไทย ชื่อบริษัท ห้างร้าน หรือหน่วยงานที่จะไปติดต่อ

- หลักฐานแสดงฐานะทางการเงินหรือการทำธุรกิจของผู้ร้อง (กรณีไม่ได้ทำงานกับบริษัทหรือหน่วยงานใด ๆ)

- หลักฐานแสดงสถานะทางการเงิน/โครงการที่จะเข้ามาดำเนินการในไทย (กรณีประสงค์จะเข้ามาเป็นผู้ประกอบกิจการในไทย)

- หนังสือเชิญของบริษัทในไทยให้ผู้ร้องเดินทางไปไทยเพื่อติดต่อธุรกิจ โดยต้องแนบเอกสารของบริษัท เช่น ใบสำคัญแสดงการจดทะเบียนบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนจำกัด หนังสือรับรองการจดทะเบียนบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนจำกัดจากกระทรวงพาณิชย์ ซึ่งต้องมีทุนจดทะเบียนชำระแล้วไม่ต่ำกว่า 2 ล้านบาท บัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้น ใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงาน (ถ้ามี) ใบทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม งบการเงินปีล่าสุด ฯลฯ

- สำเนาบัญชีเงินฝากซึ่งมีเงินไม่น้อยกว่า 500,000 บาท หรือเทียบเท่า ย้อนหลัง 6 เดือนติดต่อกัน

- (กรณีเข้าข่ายเป็นผู้ลงทุนในไทย) หลักฐานกรรมสิทธิ์ห้องชุด หรือหลักฐานการโอนเงินและสำเนาบัญชีเงินฝากในไทย หรือพันธบัตรรัฐบาล มูลค่าไม่ต่ำกว่า 3 ล้านบาท

- ค่าธรรมเนียม 80 ดอลลาร์สหรัฐ

คนต่างชาติที่มีวีซ่า Non-Immigrant O (เพื่อใช้ชีวิตในบั้นปลาย) หรือ O-X หรือ O-A

- วีซ่า Non-Immigrant O (เพื่อใช้ชีวิตในบั้นปลาย) หรือ O-X หรือ O-A

 

หากผู้ร้องยังไม่มีวีซ่า O (เพื่อใช้ชีวิตในบั้นปลาย) หรือ O-A

โปรดศึกษารายละเอียดที่นี่ (คลิก)

หากผู้ร้องยังไม่มีวีซ่า O-X

โปรดศึกษารายละเอียดที่นี่ (คลิก)

ทั้งนี้ ผู้สมัครจะต้องแนบกรมธรรม์ประกันสุขภาพที่มีวงเงินเอาประกันภัยสำหรับค่ารักษาพยาบาลในกรณีผู้ป่วยนอกไม่น้อยกว่า 40,000 บาท และกรณีผู้ป่วยในไม่น้อยกว่า 400,000 บาท เพิ่มเติมด้วย

คนต่างชาติที่มีวีซ่า Non-Immigrant R (เข้ามาเผยแผ่ศาสนาในประเทศไทย)

- หนังสืออนุมัติจากกรมการศาสนา และสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (สตม.)

คนต่างชาติที่เข้ามาเป็นอาสาสมัครในองค์กรเอกชน (NGO) หรือองค์กรการกุศล สาธารณะ หรือมูลนิธิ (Non-Immigrant O)

- หนังสือรับรองจากองค์กรเอกชน (NGO) หรือองค์กรการกุศล สาธารณะ หรือมูลนิธิ

- เอกสารการจดทะเบียนขององค์กรเอกชน (NGO) หรือองค์กรการกุศล สาธารณะ หรือมูลนิธิ

- ค่าธรรมเนียม 80 ดอลลาร์สหรัฐ

คนต่างชาติที่เคยมีสัญชาติไทย (Non-Immigrant O)

- หลักฐานการเคยมีสัญชาติไทย

- ค่าธรรมเนียม 80 ดอลลาร์สหรัฐ

คนต่างชาติที่เข้ามาเป็นคู่ความและพยานในการดำเนินคดีในประเทศไทย (Non-Immigrant O)

- หนังสือจากศาลในประเทศไทย รับรองการขอให้คนต่างชาติเข้ามาเป็นคู่ความหรือพยานในการดำเนินคดีในประเทศไทย

- ค่าธรรมเนียม 80 ดอลลาร์สหรัฐ

คนต่างชาติที่มี Transit visa เพื่อเดินทางผ่านประเทศไทยโดยออกจากสนามบิน โดยต้องกักตัว

- หลักฐานที่แสดงการเดินทางเข้าและออกจากไทย เช่น บัตรโดยสารเครื่องบินไป-กลับ

- หลักฐานทางการเงินที่ไม่ต่ำกว่า 10,000 บาท/คน หรือ 20,000 บาท/ครอบครัว

- ค่าธรรมเนียม 35 ดอลลาร์สหรัฐ

คนต่างชาติที่เดินทางเข้ามาเล่นกีฬาในประเทศไทย

- หนังสืออนุมัติจากสมาคมกีฬาที่เกี่ยวข้อง และจากกระทรวงการต่างประเทศ

- ค่าธรรมเนียม 35 ดอลลาร์สหรัฐ

ผู้ถือ APEC card รหัส THA

*** ไม่ได้รับอนุญาตให้เดินทางเข้าไทยทางบก

APEC card รหัส THA

     3.3 วิธีการขอรับ COE และวีซ่า (โปรดดำเนินการล่วงหน้าอย่างน้อย 3 วันทำการก่อนวันเดินทาง)

คนต่างชาติที่เดินทางทางอากาศ โปรดลงทะเบียนเพื่อขอรับ COE ที่ https://coethailand.mfa.go.th/ และขอรับวีซ่าที่สถานเอกอัครราชทูตฯ

คนต่างชาติที่เดินทางทางบก โปรดติดต่อสถานเอกอัครราชทูตฯ โดยตรงทั้งการขอรับ COE และวีซ่า

การยื่นเอกสารทั้งขอรับวีซ่าและ COE ที่สถานเอกอัครราชทูตฯ ไม่ต้องนัดหมายล่วงหน้า

เวลาทำการ             09.00-10.00 น.       ยื่นเอกสาร

                           14.00-15.00 น.       รับเอกสาร (ภายใน 3 วันหลังจากวันที่ยื่นเอกสาร)

 

4. ข้อมูลเพิ่มเติม

     4.1 การสมัครวีซ่า บุคคลทุกสัญชาติสามารถสมัครวีซ่าที่สถานเอกอัครราชทูตฯ ได้ อย่างไรก็ตาม บุคคลบางสัญชาติมีข้อกำหนดเพิ่มเติมและต้องได้รับการตรวจประวัติและการอนุมัติจากกระทรวงการต่างประเทศ ซึ่งใช้เวลาดำเนินการอย่างน้อย 1 เดือน โปรดศึกษาที่นี่ (คลิก)

     4.2 สถานที่กักตัวสำหรับคนต่างชาติ (จะต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายเองทุกกรณี)

          4.2.1 คนต่างชาติที่จำเป็นต้องไปรักษาพยาบาลและผู้ติดตามจะต้องเข้ารับการกักตัวใน Alternative Hospital Quarantine (AHQ) เท่านั้น โดยสามารถดูรายชื่อโรงพยาบาลได้ที่นี่
http://www.hsscovid.com/files/Alternative%20Hospital%20Quarantine.pdf
http://www.hsscovid.com/files/Alternative%20Hospital%20Quarantine2.pdf

          4.2.2 สำหรับคนต่างชาติกลุ่มอื่น ๆ ที่บินไปกรุงเทพฯ จะต้องเข้ารับการกักตัวใน Alternative State Quarantine (ASQ) โดยสามารถดูรายชื่อได้ที่http://hsscovid.com/หรือที่นี่ (คลิกหรือ Organizational Quarantine ทั้งนี้ ท่านจะต้องติดต่อโรงแรมต่าง ๆ โดยตรง เพื่อให้โรงแรมออกหลักฐานการจอง ซึ่งต้องระบุว่าเป็น ASQ package หรือจองผ่านhttps://www.agoda.com/quarantineTH https://asq.locanation.com/ https://asq.ascendtravel.com/ https://asqthailand.com/ และ https://entrythailand.go.th/asq

          4.2.3 สำหรับคนต่างชาติกลุ่มอื่น ๆ ที่ประสงค์จะเดินทางเข้าไทยทางบก (จะต้องมีวีซ่าเท่านั้น ผู้ได้รับยกเว้นวีซ่าไม่สามารถเดินทางเข้าไทยทางบกได้) จะต้องเข้ารับการกักตัวใน Alternative Local Quarantine (ALQ) ได้แก่ โรงแรมทวาราวดี จ.ปราจีนบุรี

          4.2.4 คนต่างชาติที่เป็นนักเรียน/นักศึกษาของสถานศึกษาบางแห่ง หรือพนักงานของบริษัทบางแห่ง สามารถเข้ารับการกักตัวใน Organizational Quarantine (OQ) ซึ่งสถานศึกษาหรือบริษัทจัดให้ได้

          4.2.5 ทุกคนที่เดินทางถึงไทยตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคม 2564 เป็นต้นไป ไม่ว่าจะเดินทางจากประเทศใดหรือได้รับวัคซีนแล้วหรือไม่ จะต้องกักตัวเป็นระยะเวลา 14 วัน

     4.3 สำหรับการเดินทางระหว่างประเทศ ผลการตรวจ COVID-19 แบบ RT-PCR ทำได้ที่ National Institute of Public Health แขวงตวลโกก กรุงพนมเปญ โดยจะต้องได้รับทั้งผลจากห้องปฏิบัติการและ certificate

 

********************