คำถามที่พบบ่อยในช่วงสถานการณ์ COVID-19

คำถามที่พบบ่อยในช่วงสถานการณ์ COVID-19

วันที่นำเข้าข้อมูล 27 มี.ค. 2563

วันที่ปรับปรุงข้อมูล 27 มี.ค. 2563

| 138,493 view

คำถามที่พบบ่อยในช่วงสถานการณ์ COVID-19

 

1. การเดินทางกลับไทยของคนไทย

 

1.1 การเดินทางกลับไทยทางบก

ตั้งแต่วันที่ 1 พ.ค. 2565 จุดผ่านแดนถาวรทางบกที่เปิดให้คนไทยและชาวต่างชาติเดินทางเข้าประเทศไทยทางบก มีทั้งหมด 7 ด่าน ดังนี้

  1. ด่านคลองลึก จ. สระแก้ว
  2. ด่านบ้านเขาดิน จ. สระแก้ว
  3. ด่านบ้านผักกาด จ.จันทบุรี
  4. ด่านบ้านแหลม จ. จันทบุรี
  5. ด่านบ้านหาดเล็ก จ. ตราด
  6. ด่านช่องจอม จ. สุรินทร์ 
  7. ด่านช่องสะงำ จ. ศรีสะเกษ 

มาตรการเดินทางเข้าประเทศไทยทางบก ตั้งแต่วันที่ 1 พ.ค. 65 เป็นต้นไป มีรายละเอียด ดังนี้

กลุ่ม 1 - ผู้ถือหนังสือเดินทาง

  1. ลงทะเบียน Thailand Pass ที่เว็บไซต์ https://land.tp.consular.go.th ก่อนเดินทางอย่างน้อย 2 วันหรือ 48 ชั่วโมง
  2. แนบเอกสารประกอบ ได้แก่ (1) หนังสือเดินทาง (2) เอกสารรับรองการได้รับวัคซีน และ (3) หลักฐานการชำระเงินค่า รร. AQ จำนวน 5 วัน สำหรับชาวต่างชาติที่ไม่ได้รับวัคซีน/ได้รับวัคซีนไม่ครบ และคนไทยที่ไม่ได้รับวัคซีน/ได้รับวัคซีนไม่ครบ ที่ประสงค์จะกักตัวใน รร. AQ
  3. แนบหลักฐานการมีประกันที่ครอบคลุมการรักษาพยาบาลในไทย วงเงินขั้นต่ำ 10,000 ดอลลาร์สหรัฐ สำหรับชาวต่างชาติ

- หากได้รับวัคซีนครบตามข้อกำหนด จะได้รับยกเว้นการกักตัว

- หากไม่ได้รับวัคซีน/ได้รับวัคซีนไม่ครบ ให้เข้ากักตัว 5 วัน ณ รร. AQ ที่พัก SQ (กรณีคนไทย) หรือสถานที่อื่น ๆ ตามราชการกำหนด แต่ถ้ามีผลตรวจ RT-PCR ที่ออกภายใน 72 ชั่วโมงก่อนเดินทาง ให้สามารถเข้าประเทศโดยยกเว้นการกักตัวได้ โดยแนบผลตรวจลงในระบบ Thailand Pass ตอนลงทะเบียน

 

กลุ่ม 2 - ผู้ถือบัตรผ่านแดน

- ไม่ต้องลงทะเบียน Thailand Pass

- ไม่ต้องมีหลักฐานการมีประกัน

- ต้องมีเอกสารรับรองการได้รับวัคซีนว่าเป็นผู้ได้รับวัคซีนครบตามข้อกำหนดเท่านั่น

- เดินทางได้เฉพาะในพื้นที่ที่กำหนดตามความตกลงระหว่างสองประเทศ (คนไทยเดินทางไปได้ทุกพื้นที่ทั่วประเทศ)

- ชาวต่างชาติสามารถพำนักในไทยได้ 3 วัน 2 คืน

ทั้งนี้ สำหรับผู้เดินทางที่ได้รับอนุมัติ Thailand Pass ก่อนหน้านี้แล้ว สามารถใช้ QR Code ที่ได้รับแล้วในการเดินทางได้ โดยไม่ต้องลงทะเบียนใหม่

ทางบก Vaccine

 

สำหรับผู้ที่มีเพียงบัตรประชาชนและคนไทยที่เดินทางเข้ากัมพูชาผิดกฎหมายและประสงค์จะกลับเข้าไทยที่ด่านคลองลึก จ. สระแก้ว ยังต้องลงทะเบียน dcaregistration.mfa.go.th (คลิก) ล่วงหน้า 3-14 วันก่อนการเดินทาง เพื่อให้ได้รับหนังสือรับรอง COE โดยอนุญาตให้เดินทางเข้าเฉพาะบุคคลสัญชาติไทยเท่านั้น

ผู้ที่ลงทะเบียน COE สำเร็จจะได้รับเลข 6 หลัก เพื่อใช้ตรวจสอบสถานะการออกหนังสือรับรอง COE (เข้าลิงค์เดิม กด “ตรวจสอบผล”) หากได้รับอนุมัติ ท่านสามารถดาวน์โหลดหนังสือรับรอง COE จากระบบลงทะเบียนได้โดยตรง และต้องพิมพ์ออกมาเพื่อเซ็นชื่อยินยอมเข้ารับการกักตัว

ท่านจะต้องเดินทางกลับไทยที่ด่านและในวันที่ระบุในหนังสือรับรอง COE โดยด่านเปิดรับคนไทยที่ต้องการกลับไทยระหว่าง 07.00-12.00 น. หากท่านต้องการเปลี่ยนด่านหรือวันเดินทาง จะต้องแจ้งไปยังลิงค์ https://forms.gle/gbeyEmfTXreaxCgb7 เมื่อเจ้าหน้าที่ยกเลิกหนังสือรับรอง COE ฉบับเดิมให้แล้ว จึงจะสามารถลงทะเบียนใหม่ได้ (ไม่สามารถแก้ไขหนังสือรับรอง COE ฉบับเดิมได้)

นอกจากนี้ ท่านจะต้องเตรียมเอกสารการตรวจสุขภาพ (Fit to Travel Health Certificate) ที่มีอายุไม่เกิน 72 ชั่วโมง ซึ่งเป็นข้อกำหนดของทางการกัมพูชาในการอนุญาตให้เดินทางออกจากกัมพูชา (ไม่ได้เป็นข้อกำหนดในการเดินทางเข้าไทย เนื่องจากไทยได้ยกเลิกการเรียกดูเอกสารดังกล่าวตั้งแต่ 1 เม.ย. 2564 เป็นต้นมา) ทั้งนี้ ท่านสามารถขอรับเอกสารดังกล่าวได้จากโรงพยาบาลหรือคลินิกทุกแห่งในกัมพูชา 

คนไทยที่เข้าไทยทางบกมีสิทธิ์เข้ารับการกักตัวในสถานที่ที่จังหวัดชายแดนจัดไว้ให้โดยไม่มีค่าใช้จ่าย ซึ่งการบริหารจัดการสถานที่กักตัวขึ้นอยู่กับแต่ละจังหวัดชายแดน

การกักตัว หากมีเอกสารรับรองการฉีดวัคซีนครบโดส (วัคซีน AstraZeneca, Sinovac, Sinopharm, Pfizer, Moderna, Sputnik V ฉีด 2 โดส ส่วนวัคซีน Johnson&Johnson ฉีด 1 โดส) เป็นระยะเวลาอย่างน้อย 14 วันก่อนที่จะออกเดินทางกลับไทย ไม่ต้องกักตัว แต่หากฉีดวัคซีนไม่ครบโดสหรือไม่มีเอกสารรับรองการฉีดวัคซีนครบตามเกณฑ์ดังกล่าว กักตัวอย่างน้อย 5 วัน 

1.2 การเดินทางกลับไทยทางอากาศ (กรุณาลงทะเบียนล่วงหน้าอย่างน้อย 2 วันก่อนเดินทางที่ https://tp.consular.go.th/)

มาตรการเดินทางเข้าประเทศไทยทางอากาศ ตั้งแต่วันที่ 1 พ.ค. 65 เป็นต้นไป มีรายละเอียด ดังนี้


กลุ่ม 1 - ผู้ได้รับวัคซีนครบตามข้อกำหนด


- ลงทะเบียนในระบบ Thailand Pass

- แนบเอกสารประกอบ ได้แก่ (1) หนังสือเดินทาง (2) เอกสารรับรองการได้รับวัคซีน  และ (3) หลักฐานการมีประกันที่ครอบคลุมการรักษาพยาบาลในไทย วงเงินขั้นต่ำ 10,000 ดอลลาร์สหรัฐ (สำหรับชาวต่างชาติ) และวีซ่า (หากจำเป็น)

(ไม่ต้องตรวจหาเชื้อโควิด-19 ทั้งก่อนเดินทางและเมื่อเดินทางถึงประเทศไทย)

 กลุ่ม 2 - ผู้ไม่ได้รับวัคซีน/ได้รับวัคซีนไม่ครบตามข้อกำหนด

กรณี (1) หากมีผลตรวจ RT-PCR เป็นลบ ที่ออกภายใน 72 ชั่วโมงก่อนการเดินทาง

- ลงทะเบียนในระบบ Thailand Pass

- แนบเอกสารประกอบ ได้แก่ (1) หนังสือเดินทาง (2) ผลตรวจ RT-PCR ที่ออกภายใน 72 ชั่วโมงก่อนการเดินทาง (ต้องแนบบน Thailand Pass เท่านั้น)

- แนบหลักฐานการมีประกันที่ครอบคลุมการรักษาพยาบาลในไทย วงเงินขั้นต่ำ 10,000 ดอลลาร์สหรัฐ (สำหรับชาวต่างชาติ)
- วีซ่า (หากจำเป็น)

(ไม่ต้องเข้ารับการตรวจหาเชื้อโควิด-19 เมื่อเดินทางมาถึงประเทศไทย)

ทั้งนี้ ผู้เดินทางที่ได้รับอนุมัติให้เดินทางเข้าไทยในรูปแบบ AQ เดิม จะต้องลงทะเบียนบน Thailand Pass อีกครั้ง หากประสงค์เดินทางเข้าไทยโดยยกเว้นการกักตัว


กรณี (2) เข้ากักกัน 5 วัน

- ลงทะเบียนในระบบ Thailand Pass

- แนบเอกสารประกอบ ได้แก่ หนังสือเดินทาง หลักฐานการชำระเงินค่าโรงแรมสำหรับกักกัน (Alternative Quarantine) จำนวน 5 วัน (พร้อมค่าตรวจ RT-PCR 1 ครั้ง) โดยรายชื่อโรงแรม AQ ที่ได้รับอนุญาต ปรากฏที่นี่ (คลิก) ท่านสามารถจองโรงแรมผ่านเว็บไซต์เหล่านี้ได้เช่นกัน  

- แนบหลักฐานการมีประกันที่ครอบคลุมการรักษาพยาบาลในไทย วงเงินขั้นต่ำ 10,000 ดอลลาร์สหรัฐ (สำหรับชาวต่างชาติ)
- วีซ่า (หากจำเป็น)
* รับการตรวจ RT-PCR ในวันที่ 4-5 (ไม่ต้องตรวจก่อนเดินทางมาไทย)

เดินทางทางอากาศ

*ทั้งนี้ สำหรับผู้เดินทางที่ได้รับอนุมัติ Thailand Pass ก่อนหน้านี้แล้ว สามารถใช้ QR Code ที่ได้รับแล้วในการเดินทางได้ โดยไม่ต้องลงทะเบียนใหม่

สำหรับผู้เดินทางที่มีอายุน้อยกว่า 18 ปี

ผู้ที่มีอายุตั้งแต่ 5 ปีแต่น้อยกว่า 18 ปี ต้องได้รับวัคซีนตามข้อกำหนดอย่างน้อย 1 เข็มอย่างน้อย 14 วันก่อนเดินทาง

- ผู้ที่มีอายุน้อยกว่า 18 ปี ที่ยังไม่ได้รับวัคซีนสามารถเดินทางเข้าประเทศด้วยรูปแบบเดียวกันกับผู้ปกครอง หากลงทะเบียนพร้อมผู้ปกครองและเดินทางเข้าประเทศพร้อมกัน

- ผู้ที่อายุ 18 ปีขึ้นไป ต้องได้รับวัคซีนตามข้อกำหนดตามจำนวนโดสที่แนะนำโดยผู้ผลิต อย่างน้อย 14 วันก่อนเดินทาง

Thai_vaccine

 

ผู้เคยได้รับเชื้อโควิด-19
(1) กรณีที่เคยติดเชื้อโควิด-19 ภายใน 3 เดือนก่อนเดินทางเข้าไทย สามารถใช้ใบรับรองว่าหายจากโรคโควิด-19 (recovery certificate) หรือใบรับรองแพทย์ที่ระบุว่าหายจากโควิด-19 หรือไม่มีอาการ (asymptomatic) ประกอบการเดินทางเข้าประเทศ แม้มีผลตรวจหาเชื้อโควิด-19 เป็นบวก

(2) กรณีที่เคยติดเชื้อโควิด-19 เกิน 3 เดือน จะต้องได้รับวัคซีน (วัคซีนที่ไทยรับรอง) อย่างน้อย 1 เข็ม โดยการรับวัคซีน 1 เข็มดังกล่าวจะดำเนินการในช่วงใดก็ได้ภายหลังการติดเชื้อโควิด-19 ทั้งนี้ หากเคยได้รับวัคซีนครบก่อนติดเชื้อโควิด-19 จะถือว่าเป็นผู้ได้รับวัคซีนครบตามข้อกำหนด

 

กรณีจำเป็นต้องเปลี่ยนเที่ยวบิน

ผู้เดินทางที่ได้รับอนุมัติ Thailand Pass QR Code สามารถเปลี่ยนแปลงวันเดินทางเข้าไทยโดยใช้ QR Code ที่ได้รับอนุมัติเดิม (ไม่ต้องลงทะเบียนใหม่ ไม่ต้องแก้ไขวันที่) หากกำหนดวันเดินทางใหม่ อยู่ภายในระยะเวลา 7 วันก่อนหน้า หรือ 7 วันหลังจากวันที่ที่ได้รับอนุมัติเดิม โดยผู้เดินทางจะต้องแสดงหลักฐานการชำระเงินค่าที่พักที่เป็นไปตามกำหนดวันเดินทางใหม่ และชาวต่างชาติจะต้องแสดงหลักฐานประกันสุขภาพที่ครอบคลุมระยะเวลาที่พำนักในไทย มิเช่นนั้นจะไม่สามารถเดินทางเข้าประเทศได้ ทั้งนี้ Thailand Pass QR Code สามารถใช้เดินทางเข้าไทยได้เพียงหนึ่งครั้งเท่านั้น และไม่สามารถนำกลับมาใช้ซ้ำได้

1.3 การเดินทางกลับไทยของผู้ป่วยและผู้ติดตาม

กรณีป่วยเป็นโรคอื่นที่ไม่ใช่ COVID-19 หากท่านประสงค์เดินทางกลับไทยเพื่อเข้ารับการรักษาพยาบาล พร้อมผู้ติดตาม สามารถเดินทางได้ทางบกตามข้อ 1.1 และทางอากาศตามข้อ 1.2 โดยสมัคร Thailand Pass ตามปกติ

กรณีป่วยเป็นโรค COVID-19
- ให้กรอกข้อมูลเพื่อทำคำร้องขอรับการอนุมัติจากกัมพูชาในการส่งตัวไปรักษาต่อที่ไทยที่ลิงค์ https://forms.gle/RhD1Tj1kXNnTcztj8
- เมื่อกัมพูชาอนุมัติ จึงจะสามารถดำเนินการเรื่องการเดินทางกลับไทยได้
- ระหว่างรอกระบวนการของกัมพูชา โปรดติดต่อโรงพยาบาลในประเทศไทยที่พร้อมรับตัวไปรักษา โดยจะต้องแจ้งให้โรงพยาบาลประสานงานกับด่านเพื่อจัดรถพยาบาลมารับที่ด่านหรือรับที่สนามบิน

1.4 สถานที่ตรวจ RT-PCR ในกัมพูชา

(หมายเหตุ: รายชื่อนี้เป็นรายชื่อที่สถานเอกอัครราชทูตฯ ได้รับข้อมูลจากชุมชนไทย และแหล่งข่าวอื่น ๆ โดยอาจมีสถานที่มากกว่าในรายชื่อนี้ที่สามารถตรวจ RT-PCR ได้ สถานเอกอัครราชทูตฯ ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับสถานที่ตรวจที่ใดทั้งสิ้น) 

- National Institute of Public Health : เปิดทุกวัน 07.30-12.00 และ 13.30-17.30 น. ไม่ต้องนัดล่วงหน้า ค่าใช้จ่าย 130 ดอลลาร์สหรัฐ หรือ 150 ดอลลาร์สหรัฐ (หากประสงค์ตรวจ antibody ด้วย) เอกสารที่ต้องใช้ ได้แก่ หนังสือเดินทางและใบจองเที่ยวบิน  ผลตรวจได้รับวันรุ่งขึ้น 

- Pasteur Institute : เปิดวันจันทร์-เสาร์ 07.30-09.00 น. ต้องนัดล่วงหน้าโดยส่งอีเมลไปที่ [email protected] ค่าใช้จ่าย 80 ดอลลาร์สหรัฐ ได้แก่ หนังสือเดินทางและใบจองเที่ยวบิน  ผลตรวจได้รับวันรุ่งขึ้น

- Intercare Medical Center : เปิดวันจันทร์-เสาร์ 07.30-11.30 และ 13.00-16.00 น. ไม่ต้องนัดล่วงหน้า ค่าใช้จ่าย 130 ดอลลาร์สหรัฐ ผลตรวจได้รับเย็นวันเดียวกันหากตรวจก่อน 09.30 น. หรือวันรุ่งขึ้นหากตรวจหลัง 09.30 น. ข้อมูลเพิ่มเติม โปรดติดต่อ  [email protected] 

 

2. วีซ่ากัมพูชาสำหรับผู้ที่อยู่ในกัมพูชาในปัจจุบัน

 

2.1 การต่ออายุวีซ่า/การเสียค่าปรับกรณีอยู่เกิน

การต่ออายุวีซ่า/เปลี่ยนประเภทวีซ่า เป็นอำนาจของ ตม. กัมพูชา ไม่เกี่ยวข้องกับสถานเอกอัครราชทูต โปรดติดต่อ ตม. กัมพูชา หรือบริษัทนายหน้า (agent) รับต่อวีซ่าโดยตรง

ผู้ที่อยู่เกินอายุวีซ่า (overstay) จะต้องเสียค่าปรับ (10 ดอลลาร์สหรัฐ สำหรับทุก 1 วันที่อยู่เกิน) แต่หากพำนักเกินสิทธิ์นาน ๆ อัตราค่าปรับก็จะสูงขึ้นและจะมีบทลงโทษอย่างอื่น เช่น การขึ้นบัญชีดำไม่ให้เข้าประเทศในอนาคตด้วย (เป็นดุลยพินิจของเจ้าหน้าที่ ตม. กัมพูชา)

การต่อวีซ่ากัมพูชาจะต้องใช้หนังสือเดินทางที่มีอายุเหลืออย่างน้อย 1 ปี หากหนังสือเดินทางเหลืออายุไม่ถึง 1 ปี สามารถนัดเข้ามาทำเล่มใหม่ได้ที่สถานเอกอัครราชทูตฯ (คลิก)

 

2.2 การลงทะเบียนในระบบ FPCS สำหรับผู้ประสงค์จะต่อวีซ่ากัมพูชาหลังวันที่ 1 กรกฎาคม 2563

ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2563 เป็นต้นไป ตม. กัมพูชา จะไม่ต่ออายุวีซ่าให้กับชาวต่างชาติที่ไม่มีรายชื่ออยู่ในระบบบริหารชาวต่างชาติในราชอาณาจักรกัมพูชา (FPCS) ดังนั้น คนไทยทุกคนที่ประสงค์จะต่อวีซ่ากัมพูชาหลังวันที่ 1 กรกฎาคม 2563 ต้องลงทะเบียนในระบบ FPCS โดยสามารถดาวน์โหลดระบบ FPCS เพื่อลงทะเบียนด้วยการค้นหา “FPCS – GDI” ใน App Store หรือ Google Play Store

ดูการสาธิตการลงทะเบียนโดย ตม. กัมพูชา (คลิก)

หากมีปัญหาหรือคำถามในการลงทะเบียนในระบบ FPCS โปรดขอความช่วยเหลือในการลงทะเบียนจากเจ้าของบ้าน นายจ้าง หรือตำรวจกัมพูชาในท้องที่

 

3. การเดินทางเข้ากัมพูชาจากต่างประเทศ

 

หมายเหตุ ข้อมูลด้านล่างนี้เป็นข้อมูลที่สถานเอกอัครราชทูตฯ ทราบล่าสุดจากประกาศของรัฐบาลกัมพูชาและการสอบถามกระทรวงการต่างประเทศกัมพูชา สถานเอกอัครราชทูตกัมพูชาประจำประเทศไทย สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองกัมพูชา และแหล่งข้อมูลอื่น ๆ ซึ่งข้อมูลอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ ข้อกำหนดเรื่องการเดินทางเข้ากัมพูชาเป็นอำนาจการตัดสินใจของฝ่ายกัมพูชา ดังนั้น หากท่านต้องการทราบข้อมูลสถานะล่าสุดหรือมีคำถามเพิ่มเติม โปรดติดต่อสถานเอกอัครราชทูตกัมพูชาประจำประเทศไทย (ช่องทางติดต่อ โทร. 029575851-2 หรือ 0928050561 อีเมล์ [email protected] หรือเฟสบุค Royal Embassy of Cambodia in Bangkok)

ข้อกำหนดเรื่องการเดินทางเข้ากัมพูชาในปัจจุบัน ได้แก่

3.1 ผู้โดยสารที่ได้ฉีดวัคซีน COVID-19 ครบถ้วนและเดินทางเข้ากัมพูชา ทางอากาศ ทางน้ำ และทางบก* จะต้องแสดงบัตรหรือใบรับรองการฉีดวัคซีน COVID-19 ซึ่งระบุข้อมูลเกี่ยวกับการฉีดวัคซีนพื้นฐานครบถ้วน ไม่ต้องตรวจหาเชื้อ COVID-19 ก่อนเดินทาง เมื่อเดินทางมาถึงกัมพูชาแล้ว ไม่ต้องตรวจหาเชื้อ COVID-19 และไม่ต้องกักตัว 

ทั้งนี้ สายการบินที่เดินทางเข้ากัมพูชาอาจมีมาตรการเพิ่มเติมจากมาตรการของรัฐบาลกัมพูชา (อาทิ ยังกำหนดให้ต้องตรวจหาเชื้อ COVID-19 ก่อนเดินทาง) ซึ่งเป็นสิทธิ์ของสายการบินที่จะกำหนดมาตรการได้ ผู้เดินทางควรตรวจสอบกับสายการบินก่อนเดินทาง

3.2 สำหรับผู้โดยสารที่ยังไม่ได้ฉีดวัคซีน COVID-19 จะต้องกักตัว 7 วันโรงแรมที่รัฐบาลกัมพูชากำหนด (state quarantine) หรือในโรงแรมที่เลือกเองในโครงการ ASQ ได้แก่ Sofitel, Raffles, Courtyard, Sokha, Himawari, Toyoko Inn with Dara และ Olympia City Hotel By Dara โดยท่านสามารถติดต่อโรงแรม ASQ เพื่อสำรองที่พักได้โดยตรงและต้องมีหลักฐานการสำรองห้องพักเพื่อแสดงตอนเดินทางเข้ากัมพูชา

กรณีกักตัวในโรงแรมที่รัฐบาลกัมพูชากำหนด (state quarantine) จะต้องวางเงินมัดจำ 2,000 ดอลลาร์สหรัฐ เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการตรวจหาเชื้อ COVID-19 การกักตัว การเดินทางจากสนามบินไปยังสถานที่กักตัว ฯลฯ ส่วนกรณีกักตัวในโรงแรม ASQ อาจต้องมีเงิน 2,000 ดอลลาร์สหรัฐเพื่อแสดงต่อเจ้าหน้าที่ แต่ในทางปฏิบัติ ไม่ต้องวางเงินมัดจำที่สนามบินอีก

เด็กอายุไม่เกิน 18 ปี ที่ยังไม่ได้รับวัคซีน หากเดินทางพร้อมกับผู้ปกครองที่ได้รับวัคซีนครบถ้วน จะได้รับสิทธิ์ยกเว้นการตรวจหาเชื้อ COVID-19 และยกเว้นการกักตัวตามผู้ปกครอง

รายละเอียดเรื่องประกันสุขภาพ กัมพูชาไม่ได้กำหนดว่าต้องมีประกันสุขภาพ แต่แนะนำว่าควรมี เนื่องจากหากเกิดเหตุฉุกเฉินหรือมีความจำเป็นต้องรักษาโรค COVID-19 หรือโรคอื่น ๆ ระหว่างอยู่ในกัมพูชา จะได้ไม่เป็นภาระกับระบบสาธารณสุขกัมพูชา รวมถึงเป็นภาระทางค่าใช้จ่ายของผู้เดินทางหรือครอบครัว

ผู้เดินทางที่เป็นชาวต่างชาติอาจพิจารณาซื้อประกันสุขภาพสำหรับรักษา COVID-19 (COVID-19 Health Insurance Policy) โดยในกัมพูชาสามารถซื้อประกันร่วม (Insurance Consortium) ซึ่งมีบริษัทประกันฟอร์เต้ (Forte Insurance) ผ่านเว็บไซต์ http://www.forteinsurance.com/covid-19-insurance/

*การเดินทางเข้ากัมพูชาทางบก โปรดรอยืนยันรายละเอียดเพิ่มเติม 

วีซ่ากัมพูชา ผู้ถือหนังสือเดินทางไทย ได้สิทธิ์ยกเว้นวีซ่ากรณีอยู่ในกัมพูชาไม่เกิน 14 วัน (กรณีหนังสือเดินทางธรรมดา) หรือ 30 วัน (กรณีถือหนังสือเดินทางทูตหรือราชการ) แต่หากประสงค์อยู่ในกัมพูชานานกว่านั้น จำเป็นต้องขอวีซ่าล่วงหน้า รายละเอียดวีซ่ากัมพูชา โปรดติดต่อสถานเอกอัครราชทูตกัมพูชาที่กรุงเทพฯ https://cambodiaembassyinthailand.wordpress.com/consular-services/visa/

 

4. สามารถติดตามสถานการณ์ COVID-19 ได้จากที่ไหน

 

สถานเอกอัครราชทูตฯ จะออกรายงานสถานการณ์ COVID-19 เฉพาะในช่วงที่มีพัฒนาการสำคัญที่มีผลกระทบต่อคนไทยในกัมพูชา

สำหรับพัฒนาการรายวัน สามารถติดตามได้จากช่องทางต่อไปนี้
1. กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุขกัมพูชา (คลิก) กระทรวงข่าวสารกัมพูชา (คลิก
2. ศูนย์ข้อมูล COVID-19 (คลิก)
3. สถานการณ์การแพร่ระบาดของ COVID-19 ทั่วโลก (คลิก)

 

5. การฉีดวัคซีนของคนไทยในกัมพูชา

 

โปรดติดต่อเขต (Sangkat) ที่ท่านพำนัก