คำถามที่พบบ่อยในช่วงสถานการณ์ COVID-19

คำถามที่พบบ่อยในช่วงสถานการณ์ COVID-19

27 มี.ค. 2563

103,304 view

คำถามที่พบบ่อยในช่วงสถานการณ์ COVID-19

 

1. การเดินทางกลับไทยของคนไทย

 

1.1 การเดินทางกลับไทยทางบก

คนไทยสามารถเดินทางกลับไทยทางบกได้ 5 ด่าน ได้แก่ ด่านบ้านคลองลึก จ.สระแก้ว ด่านช่องจอม จ.สุรินทร์ ด่านบ้านหาดเล็ก จ.ตราด ด่านบ้านแหลม จ.จันทบุรี และด่านช่องสะงำ จ.ศรีสะเกษ โดยด่านบ้านคลองลึกเปิดให้กลับไทยได้ในวันจันทร์-ศุกร์ (5 วัน/สัปดาห์) ส่วนด่านอื่น ๆ เปิดให้กลับไทยได้ในวันจันทร์ พุธ ศุกร์ (3 วัน/สัปดาห์)

คนไทยที่ต้องการเดินทางกลับไทยทางบก ต้องลงทะเบียนที่ dcaregistration.mfa.go.th ล่วงหน้า 3-14 วันก่อนการเดินทาง เพื่อให้ได้รับหนังสือรับรอง COE

ผู้ที่ลงทะเบียนสำเร็จจะได้รับเลข 6 หลัก เพื่อใช้ตรวจสอบสถานะการออกหนังสือรับรอง COE (เข้าลิงค์เดิม กด “ตรวจสอบผล”) หากได้รับอนุมัติ ท่านสามารถดาวน์โหลดหนังสือรับรอง COE จากระบบลงทะเบียนได้โดยตรง และต้องพิมพ์ออกมาเพื่อเซ็นชื่อยินยอมเข้ารับการกักตัว

ท่านจะต้องเดินทางกลับไทยที่ด่านและในวันที่ระบุในหนังสือรับรอง COE โดยด่านเปิดรับคนไทยที่ต้องการกลับไทยระหว่าง 07.00-12.00 น. หากท่านต้องการเปลี่ยนด่านหรือวันเดินทาง จะต้องแจ้งไปยังลิงค์ https://forms.gle/gbeyEmfTXreaxCgb7 เมื่อเจ้าหน้าที่ยกเลิกหนังสือรับรอง COE ฉบับเดิมให้แล้ว จึงจะสามารถลงทะเบียนใหม่ได้ (ไม่สามารถแก้ไขหนังสือรับรอง COE ฉบับเดิมได้)

นอกจากนี้ ท่านจะต้องเตรียมเอกสารการตรวจสุขภาพ (Fit to Travel Health Certificate) ที่มีอายุไม่เกิน 72 ชั่วโมง ซึ่งเป็นข้อกำหนดของทางการกัมพูชาในการอนุญาตให้เดินทางออกจากกัมพูชา (ไม่ได้เป็นข้อกำหนดในการเดินทางเข้าไทย เนื่องจากไทยได้ยกเลิกการเรียกดูเอกสารดังกล่าวตั้งแต่ 1 เม.ย. 2564 เป็นต้นมา) ทั้งนี้ ท่านสามารถขอรับเอกสารดังกล่าวได้จากโรงพยาบาลหรือคลินิกทุกแห่งในกัมพูชา แต่หากท่านเดินทางผ่านด่านบ้านหาดเล็ก เจ้าหน้าที่ด่านฝั่งกัมพูชายอมรับเฉพาะเอกสารจากสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเกาะกงเท่านั้น

คนไทยที่เข้าไทยทางบกมีสิทธิ์เข้ารับการกักตัวในสถานที่ที่จังหวัดชายแดนจัดไว้ให้โดยไม่มีค่าใช้จ่าย ซึ่งการบริหารจัดการสถานที่กักตัวขึ้นอยู่กับแต่ละจังหวัดชายแดน ทั้งนี้ สำหรับผู้ที่เดินทางเข้าไทยตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2564 เป็นต้นไป หากมีเอกสารรับรองการฉีดวัคซีนครบโดส (วัคซีน AstraZeneca, Sinovac, Sinopharm, Pfizer, Moderna, Sputnik V ฉีด 2 โดส ส่วนวัคซีน Johnson&Johnson ฉีด 1 โดส) เป็นระยะเวลาอย่างน้อย 14 วันก่อนที่จะออกเดินทางกลับไทย กักตัวอย่างน้อย 7 วัน แต่หากไม่มีเอกสารรับรองการฉีดวัคซีนครบตามเกณฑ์ดังกล่าว กักตัวอย่างน้อย 14 วัน

* กรณีเข้ามากัมพูชาโดยผิดกฎหมาย โปรดลงทะเบียนกลับไทยที่จุดผ่านแดนถาวรบ้านคลองลึก (ปอยเปต) เท่านั้น โดยใช้หนังสือเดินทาง (พาสปอร์ต) หนังสือผ่านแดน (บอร์เดอร์พาส) หรือบัตรประชาชนอย่างใดอย่างหนึ่งที่ยังมีอายุการใช้งานอยู่และสามารถแสดงต่อด่านได้ เพื่อขอรับหนังสือรับรอง COE โดยหากใช้บัตรประชาชนในการลงทะเบียน ให้กรอกเลขประจำตัวประชาชน 10 ตัวแรกในช่องหมายเลขหนังสือเดินทาง

** ผู้ที่ลงทะเบียนโดยใช้บัตรประชาชน (ไม่ใช่ทุกคนที่เข้ามากัมพูชาโดยผิดกฎหมาย) โปรดส่งอีเมล์ไปที่ thaiembassy.pnh@gmail.com โดยตั้งหัวข้ออีเมลเป็นชื่อ-นามสกุลภาษาไทยต่อด้วยวันที่เดินทาง (เช่น นายคนไทย ใจดี 21 มิ.ย. 2564) พร้อมทั้งแนบหนังสือรับรอง COE และรูปถ่ายหน้าตรงพื้นหลังขาวไปด้วย สถานเอกอัครราชทูตฯ จะส่งเอกสารที่ใช้แทนหนังสือเดินทาง (ETD) กลับไปให้อย่างช้า 1 วันก่อนวันเดินทาง **

 

1.2 การเดินทางกลับไทยทางอากาศ

ตั้งแต่วันที่ 11 มกราคม 2565 เป็นต้นไป คนไทยสามารถเดินทางกลับไทยทางอากาศได้ 2 รูปแบบ โดยลงะทะเบียนผ่านระบบ THAILAND PASS https://tp.consular.go.th/ ดังนี้

1.2.1 [กลุ่ม Sandbox Programme กักตัว 7 วัน] โดยเป็นผู้ที่ได้รับวัคซีนครบตามเกณฑ์ (กล่าวคือ ได้รับวัคซีนครบโดสเป็นเวลาน้อยกว่า 14 วันก่อนเดินทางไปยังประเทศไทย) สามารถเลือกเข้าโครงการพื้นที่นำร่องด้านการท่องเที่ยว (Sandbox) จังหวัดภูเก็ตและ 3 จังหวัดเพิ่มเติม ดังนี้

(1) จังหวัดภูเก็ต โดยต้องเดินทางโดยเที่ยวบินตรงจากต่างประเทศเข้าสนามบินภูเก็ตเท่านั้นและต้องกักตัว 7 วัน (โรงแรม SHA Extra+) แต่สามารถเดินทางได้โดยอิสระในพื้นที่จังหวัดภูเก็ต

(2) 3 จังหวัด เพิ่มเติม ได้แก่

      (2.1) จังหวัดสุราษฎร์ธานี (เกาะสมุย เกาะพงัน และเกาะเต่า) โดยต้องเดินทางจากเที่ยวบินในประเทศแบบ sealed route จากสนามบินสุวรรณภูมิเข้าสนามบินสมุย หรือ เที่ยวบินตรงจากต่างประเทศเข้าสนามบินสมุย และจะต้องกักตัว 7 วัน (โรงแรม SHA+) แต่สามารถเดินทางได้โดยอิสระในพื้นที่ 3 เกาะได้

      (2.2) จังหวัดพังงา โดยต้องเดินทางโดยเที่ยวบินตรงจากต่างประเทศเข้าสนามบินภูเก็ต

      (2.3) จังหวัดกระบี่ โดยต้องเดินทางโดยเที่ยวบินตรงจากต่างประเทศเข้าสนามบินภูเก็ต หรือ สนามบินกระบี่

หลักฐานที่ต้องใช้สำหรับการเดินทางเข้ากลุ่ม Sandbox Programme กักตัว 7 วัน 

  1. หลักฐานยืนยันการจองโรงแรมและจ่ายค่าห้องพักที่โรงแรม SHA Extra+ อย่างน้อย 7 วัน โดยหลักฐานการจองจะต้องระบุว่ารวม Airport Pickup ด้วย 
  2. หลักฐานการชำระค่าตรวจ RT-PCR 2 ครั้ง (ตรวจครั้งที่ 1 ในวันที่ 0-1 และครั้งที่ 2 ในวันที่ 5-6) (เข้าพักภูเก็ตต้องมีหลักฐานการชำระค่าตรวจจากระบบ www.thailandpsas.com)
  3. ผลตรวจโควิดแบบ RT-PCR อายุไม่เกิน 72 ชม. ก่อนขึ้นเครื่อง 
  4. คนไทยไม่ต้องใช้ประกันสุขภาพ (แต่ต่างชาติต้องใช้ประกันสุขภาพวงเงินไม่ต่ำกว่า 50,000 USD)  

 

1.2.2 [กลุ่ม Alternative Quarantine กักตัว 7 และ 10 วัน] ผู้ที่ได้รับวัคซีนครบตามเกณฑ์สามารถเข้ารับการกักตัว 7 วัน (โรงแรม AQ หรือ SHA+) ส่วนผู้ที่ไม่ได้รับวัคซีนครบตามเกณฑ์ (เช่น ไม่ได้รับวัคซีน ได้รับวัคซีนไม่ครบโดส หรือได้รับวัคซีนครบโดสแต่เป็นเวลาน้อยกว่า 14 วันก่อนเดินทางไปยังประเทศไทย) จะต้องกักตัว 10 วัน โดยไม่สามารถเดินทางได้โดยอิสระ

- รายชื่อโรงแรม AQ และโรงแรม SHA Extra+ ที่ได้รับอนุญาต ปรากฏที่นี่ (คลิก) ท่านสามารถจองโรงแรมผ่านเว็บไซต์เหล่านี้ได้เช่นกัน 

สำหรับผู้เดินทางที่มีอายุน้อยกว่า 18 ปี และผู้เคยได้รับเชื้อโควิด-19

สามารถเดินทางเข้าประเทศแบบ Sandbox Programme ได้ ดังนี้

- อายุต่ำกว่า 6 ปี ทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติไม่จำเป็นต้องได้รับวัคซีนและไม่ต้องแสดงผลการตรวจหาเชื้อโควิด-19 (RT-PCR) แต่ต้องเดินทางพร้อมกับผู้ปกครอง และเมื่อเดินทางถึงไทยแล้ว จะสามารถเข้ารับการตรวจหาเชื้อโควิด-19 โดยน้ำลาย (saliva testing)

- อายุ 6-11 ปี ทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ ไม่จำเป็นต้องได้รับวัคซีน แต่ต้อง (1) มีผลการตรวจหาเชื้อโควิด-19 (RT-PCR) ที่ออกภายใน 72 ชม. ก่อนออกเดินทาง และ (2) เดินทางพร้อมกับผู้ปกครอง

- อายุ 12-17 ปี ทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ (1) ต้องมีผลการตรวจหาเชื้อโควิด-19 (RT-PCR) ที่ออกภายใน 72 ชม. ก่อนออกเดินทาง และ (2) หากได้รับวัคซีน (วัคซีนที่ไทยรับรอง) 1 เข็มเป็นเวลา 14 วันก่อนเดินทาง สามารถเดินทางเองได้ โดยไม่ต้องมีผู้ปกครอง แต่หากไม่เคยได้รับวัคซีน จะต้องเดินทางพร้อมผู้ปกครอง

- ผู้เคยได้รับเชื้อโควิด-19
(1) กรณีที่เคยติดเชื้อโควิด-19 ภายใน 3 เดือนก่อนเดินทางเข้าไทย สามารถใช้ใบรับรองว่าหายจากโรคโควิด-19 (recovery certificate) หรือใบรับรองแพทย์ที่ระบุว่าหายจากโควิด-19 หรือไม่มีอาการ (asymptomatic) ประกอบการเดินทางเข้าประเทศ แม้มีผลตรวจหาเชื้อโควิด-19 เป็นบวก
(2) กรณีที่เคยติดเชื้อโควิด-19 เกิน 3 เดือน จะต้องได้รับวัคซีน (วัคซีนที่ไทยรับรอง) อย่างน้อย 1 เข็ม โดยการรับวัคซีน 1 เข็มดังกล่าวจะดำเนินการในช่วงใดก็ได้ภายหลังการติดเชื้อโควิด-19 ทั้งนี้ หากเคยได้รับวัคซีนครบก่อนติดเชื้อโควิด-19 จะถือว่าเป็นผู้ได้รับวัคซีนครบตามข้อกำหนด

ทั้งนี้ ทุกกรณี (ยกเว้นผู้เดินทางอายุต่ำกว่า 6 ปี ที่เดินทางพร้อมกับผู้ปกครอง) จะต้องแสดงผลตรวจหาเชื้อด้วยวิธี RT-PCR ที่ออกภายใน 72 ชั่วโมงก่อนเวลาเดินทาง

 

- ผู้ที่ประสงค์เดินทางเข้าสู่ประเทศไทยทางอากาศจะต้องลงทะเบียนเพื่อขอรับ Thailand Pass QR Code ที่เว็บไซต์ https://tp.consular.go.th/ อย่างน้อย 7 วันก่อนการเดินทาง เพื่อให้ได้รับ QR Code ซึ่งมีอายุการใช้งาน 72 ชั่วโมงนับจากเวลาของเที่ยวบินที่ลงทะเบียนไว้ (กรณีจำเป็นต้องเปลี่ยนเที่ยวบิน หากอยู่ภายใน 72 ชั่วโมงหลังจากเวลาเที่ยวบินที่ลงทะเบียนไว้ ไม่ต้องลงทะเบียนขอ QR Code ใหม่) อนึ่ง หากท่านมีข้อสงสัยเกี่ยวกับ Thailand Pass สามารถอ่านได้ที่เว็บไซต์กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ (คลิก) หรือโทรศัพท์สอบถามที่สถานเอกอัครราชทูตฯ ที่หมายเลข 023726307-8

- คนไทยที่เป็นกลุ่ม Sandbox จำเป็นต้องมีผลการตรวจ COVID-19 แบบ RT-PCR ซึ่งเป็นลบและมีอายุไม่เกิน 72 ชั่วโมงก่อนการเดินทาง ส่วนคนไทยที่เป็นกลุ่ม Alternative Quarantine ไทยไม่ได้เรียกดูผลการตรวจ COVID-19 ดังกล่าว แต่อาจเป็นข้อกำหนดของสายการบินหรือสนามบินต่าง ๆ

- คนไทยไม่จำเป็นต้องมีประกันสุขภาพแต่อย่างใด

 

*** หมายเหตุ ***

ไทยยังคงระงับการเดินทางเข้าประเทศแบบ Test & Go (ไม่ต้องกักตัว) ต่อไปจนกว่าจะมีการเปลี่ยนแปลง โดยผู้ที่ได้รับอนุมัติ Thailand Pass แล้ว สามารถเดินทางเข้าไทยได้ตามรูปแบบการเข้าประเทศที่ได้รับอนุมัติและเวลาที่ได้รับอนุมัติ ส่วนผู้ที่ลงทะเบียน Thailand Pass ไว้แล้วแต่ยังไม่ได้ QR Code โปรดรอผลการพิจารณา หากท่านได้รับอนุมัติ ก็จะได้สิทธิ์การเดินทางเข้าประเทศตามรูปแบบที่ลงทะเบียนไว้

ทั้งนี้ ผู้ที่เดินทางเข้าไทยแบบ Test & Go (ผู้ที่ได้รับ QR Code แล้วหรือจะได้รับในอนาคตจากการที่ลงทะเบียนไว้แล้ว) และ Phuket Sandbox ต้องตรวจ RT-PCR จำนวน 2 ครั้ง (วันแรกที่เดินทางถึงไทย และวันที่ 6/7) โดยครั้งที่ 2 รัฐบาลไทยจะรับผิดชอบค่าใช้จ่ายให้

 

1.3 การเดินทางกลับไทยของผู้ป่วยและผู้ติดตาม

กรณีป่วยเป็นโรคอื่นที่ไม่ใช่ COVID-19 หากท่านประสงค์เดินทางกลับไทยเพื่อเข้ารับการรักษาพยาบาล พร้อมผู้ติดตาม สามารถเดินทางได้ทางบกตามข้อ 1.1 และทางอากาศตามข้อ 1.2 โดยสมัคร Thailand Pass ตามปกติแต่ต้องกักตัวใน AHQ เป็นเวลา 7-10 วัน

กรณีป่วยเป็นโรค COVID-19
- ให้กรอกข้อมูลเพื่อทำคำร้องขอรับการอนุมัติจากกัมพูชาในการส่งตัวไปรักษาต่อที่ไทยที่ลิงค์ https://forms.gle/RhD1Tj1kXNnTcztj8
- เมื่อกัมพูชาอนุมัติ จึงจะสามารถดำเนินการเรื่องการเดินทางกลับไทยได้
- ระหว่างรอกระบวนการของกัมพูชา โปรดติดต่อโรงพยาบาลในประเทศไทยที่พร้อมรับตัวไปรักษา โดยจะต้องแจ้งให้โรงพยาบาลประสานงานกับด่านเพื่อจัดรถพยาบาลมารับที่ด่านหรือรับที่สนามบิน

 

2. วีซ่ากัมพูชาสำหรับผู้ที่อยู่ในกัมพูชาในปัจจุบัน

 

2.1 การต่ออายุวีซ่า/การเสียค่าปรับกรณีอยู่เกิน

ตามประกาศกระทรวงการต่างประเทศกัมพูชา ลงวันที่ 3 เมษายน 2563 ผู้ที่เข้ามาในกัมพูชาโดยวีซ่าท่องเที่ยว (รหัส T อายุ 30 วัน) ที่เดินทางมายังกัมพูชาหลังวันที่ 1 มกราคม 2563 จะได้รับการต่ออายุวีซ่าโดยอัตโนมัติและยกเว้นค่าปรับกรณีอยู่เกิน (Overstay) ไปจนกว่าจะสามารถเดินทางออกจากกัมพูชาได้ ทั้งนี้ ประกาศดังกล่าวมีผลใช้บังคับจนกว่าจะมีประกาศเป็นอื่น ดังนั้น หากไม่ต้องการเสี่ยงต่อการเสียค่าปรับกรณีฝ่ายกัมพูชายกเลิกประกาศข้างต้น (ซึ่งอาจยกเลิกได้ทุกเมื่อ) ท่านควรเดินทางกลับไทยในโอกาสแรก

ผู้ถือวีซ่าทำงาน (รหัส E) ต้องต่อวีซ่า มิเช่นนั้นจะต้องเสียค่าปรับ (วันละ 10 ดอลลาร์สหรัฐ) แต่หากพำนักเกินสิทธิ์นาน ๆ อัตราค่าปรับก็จะสูงขึ้นและจะมีบทลงโทษอย่างอื่น เช่น การขึ้นบัญชีดำไม่ให้เข้าประเทศในอนาคตด้วย (เป็นดุลยพินิจของเจ้าหน้าที่ ตม. กัมพูชา)

การต่อวีซ่ากัมพูชาจะต้องใช้หนังสือเดินทางที่มีอายุเหลืออย่างน้อย 1 ปี หากหนังสือเดินทางเหลืออายุไม่ถึง 1 ปี สามารถนัดเข้ามาทำเล่มใหม่ได้ที่สถานเอกอัครราชทูตฯ (คลิก)

 

2.2 การลงทะเบียนในระบบ FPCS สำหรับผู้ประสงค์จะต่อวีซ่ากัมพูชาหลังวันที่ 1 กรกฎาคม 2563

ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2563 เป็นต้นไป ตม. กัมพูชา จะไม่ต่ออายุวีซ่าให้กับชาวต่างชาติที่ไม่มีรายชื่ออยู่ในระบบบริหารชาวต่างชาติในราชอาณาจักรกัมพูชา (FPCS) ดังนั้น คนไทยทุกคนที่ประสงค์จะต่อวีซ่ากัมพูชาหลังวันที่ 1 กรกฎาคม 2563 ต้องลงทะเบียนในระบบ FPCS โดยสามารถดาวน์โหลดระบบ FPCS เพื่อลงทะเบียนด้วยการค้นหา “FPCS – GDI” ใน App Store หรือ Google Play Store

ดูการสาธิตการลงทะเบียนโดย ตม. กัมพูชา (คลิก)

หากมีปัญหาหรือคำถามในการลงทะเบียนในระบบ FPCS โปรดขอความช่วยเหลือในการลงทะเบียนจากเจ้าของบ้าน นายจ้าง หรือตำรวจกัมพูชาในท้องที่

 

3. การเดินทางเข้ากัมพูชาจากต่างประเทศ

 

หมายเหตุ ข้อมูลด้านล่างนี้เป็นข้อมูลที่สถานเอกอัครราชทูตฯ ทราบล่าสุดจากประกาศของรัฐบาลกัมพูชาและการสอบถามกระทรวงการต่างประเทศกัมพูชา สถานเอกอัครราชทูตกัมพูชาประจำประเทศไทย สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองกัมพูชา และแหล่งข้อมูลอื่น ๆ ซึ่งข้อมูลอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ นอกจากนี้ ข้อกำหนดเรื่องการเดินทางเข้ากัมพูชาเป็นอำนาจการตัดสินใจของฝ่ายกัมพูชา ดังนั้น หากท่านต้องการทราบข้อมูลสถานะล่าสุดหรือมีคำถามเพิ่มเติม โปรดติดต่อสถานเอกอัครราชทูตกัมพูชาประจำประเทศไทย (ช่องทางติดต่อ โทร. 029575851-2 หรือ 0928050561 อีเมล์ camemb.tha@mfaic.gov.kh หรือเฟสบุค Royal Embassy of Cambodia in Bangkok)

ข้อกำหนดเรื่องการเดินทางเข้ากัมพูชาในปัจจุบัน ได้แก่

1. ผู้โดยสารที่ได้ฉีดวัคซีน COVID-19 ครบถ้วนและเดินทางเข้ากัมพูชา ทางอากาศ ทางน้ำ และทางบก* จะต้องแสดงเอกสาร ได้แก่

1.1 บัตรหรือใบรับรองการฉีดวัคซีน COVID-19 ซึ่งระบุข้อมูลเกี่ยวกับการฉีดวัคซีนพื้นฐานครบถ้วน

1.2 ใบรับรองสุขภาพยืนยันว่าไม่เป็นโรค COVID-19 ด้วยวิธี PCR เป็นเวลาไม่เกิน 72 ชม. ก่อนเดินทางถึงกัมพูชา โดยต้องเป็นสถานพยาบาลที่ได้รับการยอมรับจากหน่วยงานสาธารณสุขของประเทศต้นทาง

1.3 เมื่อเดินทางถึงกัมพูชา ผู้โดยสารจะต้องตรวจ Rapid Test หาเชื้อ COVID-19 ณ ช่องทางขาเข้าประเทศและต้องรอผลตรวจ 15-20 นาที หากผลเป็นลบ ผู้นั้นสามารถเดินทางได้โดยอิสระทั่วประเทศกัมพูชา และไม่จำเป็นต้องกักตัว

2. สำหรับผู้โดยสารที่ยังไม่ได้ฉีดวัคซีน COVID-19 แล้วเดินทางเข้าประเทศกัมพูชา จะต้องผ่านการตรวจหาเชื้อ COVID-19 ด้วยวิธี PCR และกักตัว 14 วัน

ผู้ที่เดินทางเข้ากัมพูชาทางอากาศสามารถกักตัวในโรงแรมที่รัฐบาลกัมพูชากำหนด (state quarantine) หรือในโรงแรมที่เลือกเองในโครงการ ASQ ได้แก่ Sofitel, Raffles, Courtyard, Sokha, Himawari, Toyoko Inn with Dara และ Olympia City Hotel By Dara โดยท่านสามารถติดต่อโรงแรม ASQ เพื่อสำรองที่พักได้โดยตรงและต้องมีหลักฐานการสำรองห้องพักเพื่อแสดงตอนเดินทางเข้ากัมพูชา

กรณีกักตัวในโรงแรมที่รัฐบาลกัมพูชากำหนด (state quarantine) จะต้องวางเงินมัดจำ 2,000 ดอลลาร์สหรัฐ เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการตรวจหาเชื้อ COVID-19 การกักตัว การเดินทางจากสนามบินไปยังสถานที่กักตัว ฯลฯ ส่วนกรณีกักตัวในโรงแรม ASQ อาจต้องมีเงิน 2,000 ดอลลาร์สหรัฐเพื่อแสดงต่อเจ้าหน้าที่ แต่ในทางปฏิบัติ ไม่ต้องวางเงินมัดจำที่สนามบินอีก

 

รายละเอียดเรื่องประกันสุขภาพ ผู้เดินทางที่เป็นชาวต่างชาติอาจพิจารณาซื้อประกันสุขภาพสำหรับรักษา COVID-19 (COVID-19 Health Insurance Policy) โดยในกัมพูชาสามารถซื้อประกันร่วม (Insurance Consortium) ซึ่งมีบริษัทประกันฟอร์เต้ (Forte Insurance) ผ่านเว็บไซต์ http://www.forteinsurance.com/covid-19-insurance/

*การเดินทางเข้ากัมพูชาทางบก โปรดรอยืนยันรายละเอียดเพิ่มเติม 

ผู้ถือหนังสือเดินทางไทย ได้สิทธิ์ยกเว้นวีซ่ากรณีอยู่ในกัมพูชาไม่เกิน 14 วัน (กรณีหนังสือเดินทางธรรมดา) หรือ 30 วัน (กรณีถือหนังสือเดินทางทูตหรือราชการ) แต่หากประสงค์อยู่ในกัมพูชานานกว่านั้น จำเป็นต้องขอวีซ่าล่วงหน้า รายละเอียดวีซ่ากัมพูชา โปรดติดต่อสถานเอกอัครราชทูตกัมพูชาที่กรุงเทพฯ https://cambodiaembassyinthailand.wordpress.com/consular-services/visa/

 

4. สามารถติดตามสถานการณ์ COVID-19 ได้จากที่ไหน

 

สถานเอกอัครราชทูตฯ จะออกรายงานสถานการณ์ COVID-19 เฉพาะในช่วงที่มีพัฒนาการสำคัญที่มีผลกระทบต่อคนไทยในกัมพูชา

สำหรับพัฒนาการรายวัน สามารถติดตามได้จากช่องทางต่อไปนี้
1. กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุขกัมพูชา (คลิก) กระทรวงข่าวสารกัมพูชา (คลิก
2. ศูนย์ข้อมูล COVID-19 (คลิก)
3. สถานการณ์การแพร่ระบาดของ COVID-19 ทั่วโลก (คลิก)

 

5. การฉีดวัคซีนของคนไทยในกัมพูชา

 

ข้อมูลสำหรับคนไทยในกัมพูชาที่ประสงค์รับวัคซีน (คลิก)

เอกสารประกอบ

2021-10-16_มาตรการขาเข้ากัมพูชา_(KH).pdf
2021-10-16_มาตรการขาเข้ากัมพูชา_(ไทย).pdf