คำถามที่พบบ่อยในช่วงสถานการณ์ COVID-19

คำถามที่พบบ่อยในช่วงสถานการณ์ COVID-19

27 มี.ค. 2563

24,382 view

คำถามที่พบบ่อยในช่วงสถานการณ์ COVID-19

 

1. การเดินทางกลับไทยของคนไทย

1.1 การเดินทางกลับไทยทางบก (เปิดให้คนไทยเดินทางกลับไทยทางบกได้เฉพาะวันจันทร์ พุธ ศุกร์ เท่านั้น)

เอกสารที่คนไทยต้องแสดงต่อด่าน ได้แก่ (1) หนังสือรับรองจากสถานเอกอัครราชทูตฯ (COE) และ (2) ใบรับรองแพทย์ fit to travel

1.1.1 หนังสือรับรองจากสถานเอกอัครราชทูตฯ (COE)

คนไทยที่ต้องการเดินทางกลับไทยทางบกต้องลงทะเบียนที่ dcaregistration.mfa.go.th ล่วงหน้า 3-14 วันก่อนการเดินทาง

ผู้ที่ลงทะเบียนสำเร็จจะได้รับเลข 6 หลัก เพื่อตรวจสอบสถานะการออกหนังสือรับรอง (ลิงค์เดิม กด “ตรวจสอบผล”) โดยสถานเอกอัครราชทูตฯ จะอนุมัติ/ปฏิเสธคำร้องภายใน 24 ชั่วโมงหลังการลงทะเบียน

หากได้รับอนุมัติ ท่านสามารถดาวน์โหลดหนังสือรับรอง COE จากระบบลงทะเบียนได้โดยตรง และต้องพิมพ์ออกมาเพื่อเซ็นชื่อยินยอมเข้ารับการกักตัว

หากมีปัญหาในการลงทะเบียน โปรดติดต่อสถานเอกอัครราชทูตฯ ทางไลน์ที่ thaiphnompenh หรือทางอีเมล์ thaiembassy.pnh@mfa.mail.go.th

ท่านจะต้องเดินทางกลับไทยตามวันที่ระบุในหนังสือรับรอง COE โดยด่านเปิดรับคนไทยที่ต้องการกลับไทยระหว่าง 06.00-12.00 น. หากท่านต้องการเปลี่ยนวันเดินทาง จะต้องแจ้งให้สถานเอกอัครราชทูตฯ ยกเลิกหนังสือรับรองฉบับเดิมก่อน แล้วจึงลงทะเบียนใหม่

1.1.2 ใบรับรองแพทย์ fit to travel

ท่านสามารถขอใบรับรองแพทย์ fit to travel (มีสุขภาพเหมาะสมสำหรับการเดินทาง) ได้จากโรงพยาบาลหรือคลินิกในกัมพูชา ค่าใช้จ่ายประมาณ 30 ดอลลาร์สหรัฐ โดยเอกสารดังกล่าวจะต้องมีอายุไม่เกิน 72 ชั่วโมงก่อนการเดินทาง คนไทยไม่จำเป็นต้องตรวจโรค COVID-19

กรณีเดินทางกลับไทยทางด่านปอยเปต-บ้านคลองลึก จังหวัดสระแก้วได้ประสานงานให้มีแพทย์ตรวจสุขภาพและออกใบรับรองแพทย์ให้ที่ด่าน ค่าใช้จ่าย 100 บาท

กรณีเดินทางกลับไทยทางด่านเกาะกง-บ้านหาดเล็ก ตม. กัมพูชาเรียกดูหนังสือรับรองจากสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเกาะกงเท่านั้น ราคา 30 ดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งใช้เป็นใบรับรองแพทย์ fit to travel ได้ด้วย

1.2 การเดินทางกลับไทยทางอากาศ (ติดต่อบริษัทจัดเที่ยวบินได้ที่นี่ (คลิก) หรือเดินทางไปยังประเทศที่สามแล้วเดินทางต่อไปยังประเทศไทยด้วยเที่ยวบินกึ่งพาณิชย์ (คลิก))

เอกสารที่คนไทยต้องใช้ ได้แก่ (1) หนังสือรับรองจากสถานเอกอัครราชทูตฯ (COE) (2) ใบรับรองแพทย์ fit to fly และ (3) แบบฟอร์ม ต.8

* กรณีเดินทางเข้าสู่ประเทศไทยด้วยเที่ยวบินกึ่งพาณิชย์ คนไทยจะต้อง (1) แสดงผลการตรวจ COVID-19 แบบ RT-PCR ต่อสายการบินด้วย ซึ่งเป็นข้อกำหนดของสายการบิน และ (2) จองสถานที่กักตัวใน Alternative State Quarantine (ASQ) (โปรดดูข้อ 1.3.2)

1.2.1 หนังสือรับรองจากสถานเอกอัครราชทูตฯ (COE)

คนไทยที่ต้องการเดินทางกลับไทยทางอากาศ ต้องลงทะเบียนที่ https://coethailand.mfa.go.th/

ระบบลงทะเบียนแบ่งออกเป็น 2 ขั้นตอน ดังนี้

ขั้นตอนที่ 1 การลงทะเบียนเพื่อตรวจสอบเอกสารของผู้เดินทาง

(1) ผู้เดินทางกรอกข้อมูลส่วนบุคคลและแนบไฟล์ภาพหนังสือเดินทางเข้าไปในระบบ
(2) เมื่อลงทะเบียนเรียบร้อยแล้ว ผู้เดินทางจะได้รับหมายเลขอ้างอิง 6 หลัก
(3) สถานเอกอัครราชทูตฯ จะตรวจสอบเอกสารของผู้เดินทางและอนุมัติ (pre-approve) คำร้องภายใน 2 วัน
(4) ผู้เดินทางสามารถแก้ไขข้อมูลหรือแนบเอกสารเพิ่มเติมได้ที่เมนู “แก้ไขข้อมูล”

ขั้นตอนที่ 2 การขอรับหนังสือรับรองฯ (COE)

(1) เมื่อได้รับอนุมัติ (pre-approve) ตามขั้นตอนที่ 1 แล้ว ผู้เดินทางจะต้องจัดหาบัตรโดยสารเครื่องบินและเอกสารอื่น ๆ เช่น หลักฐานยืนยันการจองที่พักในกรณีที่เลือกใช้สถานที่กักตัวแห่งรัฐทางเลือก (Alternative State Quarantine: ASQ)
(2) แนบบัตรโดยสารเครื่องบินและเอกสารอื่น ๆ ในเมนู “ยืนยันเดินทาง” ภายใน 15 วัน หากผู้เดินทางไม่ยืนยันการเดินทางภายใน 15 วัน ระบบจะลบข้อมูลที่ได้ลงทะเบียนไว้
(3) สถานเอกอัครราชทูตฯ จะพิจารณาเอกสารและออกหนังสือรับรองฯ (COE) ภายใน 2 วันทำการ หลังจากผู้เดินทางส่งเอกสารยืนยันการเดินทาง
(4) ผู้เดินทางสามารถดาวน์โหลด COE ได้โดยตรงจากเว็บไซต์ลงทะเบียน โดยสามารถตรวจสอบผลและดาวน์โหลด COE ได้ที่เมนู “ตรวจสอบผล”

หากมีปัญหาในการลงทะเบียน โปรดติดต่อสถานเอกอัครราชทูตฯ ทางไลน์ที่ thaiphnompenh หรือทางอีเมล์ thaiembassy.pnh@mfa.mail.go.th

1.2.2 ใบรับรองแพทย์ Fit to Fly

ท่านสามารถขอใบรับรองแพทย์ fit to fly (มีสุขภาพเหมาะสมสำหรับการบิน) ได้จากโรงพยาบาลหรือคลินิกในกัมพูชา ค่าใช้จ่ายประมาณ 30 ดอลลาร์สหรัฐ โดยจะต้องมีอายุไม่เกิน 72 ชั่วโมงก่อนการเดินทาง ทั้งนี้ ไม่สามารถใช้ใบรับรองแพทย์แบบอิเล็กทรอนิกส์เพื่อแสดงต่อด่านควบคุมโรคได้

อนึ่ง สายการบินสามารถกำหนดให้ผู้เดินทางทุกคน รวมทั้งผู้เดินทางสัญชาติไทย แสดงผลการตรวจ COVID-19 โดยวิธี RT-PCR ที่มีอายุไม่เกิน 72 ชั่วโมงก่อนการเดินทางด้วยได้

1.2.3 แบบฟอร์ม ต.8

ท่านจะต้องกรอกแบบฟอร์ม ต.8 (คำถามเกี่ยวกับสุขภาพของผู้เดินทางเข้ามาในราชอาณาจักร) โดยสามารถดาวน์โหลดได้ที่นี่ (คลิก)

1.3 การกักตัว

ผู้ที่เดินทางเข้าไทยทุกคนจะต้องเข้ารับการกักตัวเป็นเวลา 14 วัน

1.3.1 คนไทยที่เดินทางกลับไทยทางบก มีสิทธิ์เข้ารับการกักตัวในสถานที่ที่จังหวัดชายแดนจัดไว้ให้โดยไม่มีค่าใช้จ่าย ซึ่งการจัดสรรสถานที่กักตัวขึ้นอยู่กับการบริหารจัดการของแต่ละจังหวัดชายแดน อย่างไรก็ดี คนไทยที่เดินทางกลับไทยทางด่านบ้านคลองลึก อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว สามารถเลือกเข้ารับการกักตัวที่โรงแรม Tawa Ravadee Resort จ.ปราจีนบุรี ได้ โดยท่านจะต้องจองแพ็คเกจ Alternative Local Quarantine (ALQ) โดยตรงกับโรงแรมและให้โรงแรมจัดรถมารับที่ด่าน โดยจะต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการกักตัวด้วยตนเอง

1.3.2 คนไทยที่เดินทางกลับไทยทางอากาศ (ยกเว้นคนไทยที่เดินทางเข้าไทยด้วยเที่ยวบินกึ่งพาณิชย์) มีสิทธิ์เข้ารับการกักตัวในสถานที่กักตัวของรัฐโดยไม่มีค่าใช้จ่าย ซึ่งการจัดสรรสถานที่กักตัวขึ้นอยู่กับการบริหารจัดการของรัฐ อย่างไรก็ดี คนไทยสามารถเลือกเข้ารับการกักตัวในสถานที่กักตัวแห่งรัฐทางเลือก (Alternative State Quarantine: ASQ) ได้ โดยท่านจะต้องจองแพ็คเกจ ASQ โดยตรงกับโรงแรมดังรายชื่อปรากฏที่นี่ (คลิก) หรือจองผ่าน https://www.agoda.com/quarantineTHhttps://asq.locanation.com/ https://asq.ascendtravel.com/ และรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการกักตัวด้วยตนเอง ส่วนคนไทยที่เดินทางเข้าไทยด้วยเที่ยวบินกึ่งพาณิชย์จะต้องเข้ารับการกักตัวใน ASQ เท่านั้น ไม่ได้รับสิทธิ์ในการเข้ารับการกักตัวในสถานที่กักตัวของรัฐโดยไม่มีค่าใช้จ่าย

1.4 การเดินทางจากจังหวัดที่กักตัวกลับภูมิลำเนา/ไปจังหวัดอื่น เมื่อครบการกักตัว 14 วันแล้ว

มาตรการการเดินทางออกจากจังหวัดที่กักตัวไปยังจังหวัดภูมิลำเนา/จังหวัดอื่น ๆ เป็นไปตามข้อกำหนดของจังหวัดและดุลพินิจของคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดต้นทางและปลายทาง โดยอาจมีมาตรการต่าง ๆ อาทิ ต้องขอออกเดินทางจากจังหวัดต้นทาง และต้องกักตัวในบ้านพักต่ออีก 14 วัน เมื่อเดินทางถึงจังหวัดปลายทางแล้ว ทั้งนี้ สามารถตรวจสอบมาตรการของแต่ละจังหวัดได้ที่ http://moicovid.com/map.html

 

2. วีซ่ากัมพูชาสำหรับผู้ที่อยู่ในกัมพูชาในปัจจุบัน

2.1 การต่ออายุวีซ่า/การเสียค่าปรับกรณีอยู่เกิน

ตามประกาศกระทรวงการต่างประเทศกัมพูชา ลงวันที่ 3 เมษายน 2563 ผู้ที่เข้ามาในกัมพูชาโดยวีซ่าท่องเที่ยว (รหัส T อายุ 30 วัน) ที่เดินทางมายังกัมพูชาหลังวันที่ 1 มกราคม 2563 จะได้รับการต่ออายุวีซ่าโดยอัตโนมัติและยกเว้นค่าปรับกรณีอยู่เกิน (Overstay) ไปจนกว่าจะสามารถเดินทางออกจากกัมพูชาได้ ทั้งนี้ ประกาศดังกล่าวมีผลใช้บังคับจนกว่าจะมีประกาศเป็นอื่น ดังนั้น หากไม่ต้องการเสี่ยงต่อการเสียค่าปรับกรณีฝ่ายกัมพูชายกเลิกประกาศข้างต้น (ซึ่งอาจยกเลิกได้ทุกเมื่อ) ท่านควรเดินทางกลับไทยในโอกาสแรก

ผู้ถือวีซ่าทำงาน (รหัส E) ต้องต่อวีซ่า มิเช่นนั้นจะต้องเสียค่าปรับ (วันละ 10 ดอลลาร์สหรัฐ) หากพำนักเกินสิทธิ์นาน ๆ ท่าน

การต่อวีซ่ากัมพูชาจะต้องใช้หนังสือเดินทางที่มีอายุเหลืออย่างน้อย 1 ปี หากหนังสือเดินทางเหลืออายุไม่ถึง 1 ปี สามารถนัดเข้ามาทำเล่มใหม่ได้ที่สถานเอกอัครราชทูตฯ (คลิก)

2.2 การลงทะเบียนในระบบ FPCS สำหรับผู้ประสงค์จะต่อวีซ่ากัมพูชาหลังวันที่ 1 กรกฎาคม 2563

ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2563 เป็นต้นไป ตม. กัมพูชา จะไม่ต่ออายุวีซ่าให้กับชาวต่างชาติที่ไม่มีรายชื่ออยู่ในระบบบริหารชาวต่างชาติในราชอาณาจักรกัมพูชา (FPCS) ดังนั้น คนไทยทุกคนที่ประสงค์จะต่อวีซ่ากัมพูชาหลังวันที่ 1 กรกฎาคม 2563 ต้องลงทะเบียนในระบบ FPCS โดยสามารถดาวน์โหลดระบบ FPCS เพื่อลงทะเบียนด้วยการค้นหา “FPCS – GDI” ใน App Store หรือ Google Play Store

ดูการสาธิตการลงทะเบียนโดย ตม. กัมพูชา (คลิก)

หากมีปัญหาหรือคำถามในการลงทะเบียนในระบบ FPCS โปรดขอความช่วยเหลือในการลงทะเบียนจากเจ้าของบ้าน นายจ้าง หรือตำรวจกัมพูชาในท้องที่

 

3. การเดินทางเข้ากัมพูชาจากต่างประเทศ

หมายเหตุ ข้อมูลดังกล่าวเป็นข้อมูลที่สถานเอกอัครราชทูตฯ ทราบล่าสุดจากประกาศของรัฐบาลกัมพูชาและการสอบถามกระทรวงการต่างประเทศกัมพูชา สถานเอกอัครราชทูตกัมพูชาประจำประเทศไทย สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองกัมพูชา และแหล่งข้อมูลอื่น ๆ ซึ่งข้อมูลอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ นอกจากนี้ ข้อกำหนดเรื่องการเดินทางเข้ากัมพูชาเป็นอำนาจการตัดสินใจของฝ่ายกัมพูชา ดังนั้น หากท่านต้องการทราบข้อมูลสถานะล่าสุดหรือมีคำถามเพิ่มเติม โปรดติดต่อสถานเอกอัครราชทูตกัมพูชาที่กรุงเทพฯ (ช่องทางติดต่อ โทร. 029575851-2 หรือ 0928050561 อีเมล์ camemb.tha@mfaic.gov.kh หรือเฟสบุค Royal Embassy of Cambodia in Bangkok)

ข้อกำหนดเรื่องการเดินทางเข้ากัมพูชาในปัจจุบัน ได้แก่

(1) ต้องขอวีซ่าหรือมีวีซ่าอยู่แล้วทุกกรณี ซึ่งต้องเป็นวีซ่าทำงาน (E) วีซ่าคนเชื้อสายกัมพูชา (K) วีซ่าอัธยาศัยไมตรี (C) วีซ่าการทูต (A) หรือวีซ่าราชการ (B) เท่านั้น ไม่สามารถเข้ากัมพูชาโดยการยกเว้นวีซ่า 14 วัน วีซ่าท่องเที่ยว (T) e-visa หรือ visa on arrival ได้

(2) ต้องมีผลตรวจว่าไม่เป็นโรค COVID-19 แบบ RT-PCR ภายใน 72 ชั่วโมงก่อนการเดินทาง

(3) ต้องมีประกันสุขภาพที่มีวงเงินคุ้มครองกรณีเจ็บป่วยอย่างน้อย 50,000 ดอลลาร์สหรัฐ จากบริษัทประกันที่จดทะเบียนถูกต้องในกัมพูชา (ซื้อได้จาก FORTE)

3.1 การเดินทางเข้ากัมพูชาทางอากาศ

ผู้ที่เดินทางเข้ากัมพูชาทางเครื่องบินทุกคน เมื่อเดินทางถึง จะต้องวางเงินมัดจำ 2,000 ดอลลาร์สหรัฐ/คน เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการตรวจหาเชื้อ COVID-19 การกักตัว การเดินทางจากสนามบินไปยังสถานที่กักตัว ฯลฯ โดยตั้งแต่วันที่ 18 พฤศจิกายน 2563 เป็นต้นไป คนต่างชาติทุกคนต้องเข้ากักตัวจนครบ 14 วัน ในโรงแรมที่รัฐบาลกัมพูชาอนุญาต (state quarantine) ทั้งนี้ รัฐบาลกัมพูชาได้ประกาศระงับโครงการอุปถัมภ์ในกรณีนักธุรกิจ (sponsorship program)

3.2 การเดินทางเข้ากัมพูชาทางบก

ในหลักการ กัมพูชายังไม่อนุญาตให้ชาวต่างชาติเดินทางเข้ากัมพูชาทางบก ยกเว้นขอความอนุเคราะห์ทางการกัมพูชาเป็นกรณีพิเศษ ทั้งนี้ แม้ว่าไทยจะไม่ได้ห้ามคนไทยเดินทางออกจากไทย แต่ด่านฝั่งไทยจะไม่อนุญาตให้คนไทยเดินทางออกจากไทยหากไม่ได้รับการยืนยันจากด่านฝั่งกัมพูชาว่าคนไทยดังกล่าวสามารถเดินทางเข้ากัมพูชาได้

 

4. การเดินทางเข้าไทยสำหรับคนต่างชาติ

คนต่างชาติที่ได้รับอนุญาตให้เดินทางเข้าไทยได้จากกัมพูชา ได้แก่

1. คนต่างชาติที่จำเป็นต้องไปรักษาพยาบาลและผู้ติดตามไม่เกิน 3 คน และต้องไม่เป็นกรณีเข้าไทยเพื่อการรักษาพยาบาลโรค COVID-19
2. คนต่างชาติที่มีคู่สมรสตามกฎหมาย บิดา มารดา หรือบุตร เป็นบุคคลสัญชาติไทย
3. คนต่างชาติที่มีใบสำคัญถิ่นที่อยู่ในราชอาณาจักรไทย และคู่สมรส/บุตร
4. คนต่างชาติที่มีใบอนุญาตทำงานหรือได้รับอนุญาตให้เข้ามาทำงานในไทย และคู่สมรส/บุตร
5. คนต่างชาติที่เป็นนักเรียน/นักศึกษาของสถานศึกษาในไทยที่ทางการไทยรับรอง และบิดา/มารดา/ผู้ปกครอง รวมถึงการเข้ามารับการศึกษา/ดูงาน/ฝึกงาน อบรมในระยะสั้น ในหน่วยงานรัฐบาล รัฐวิสาหกิจ องค์กรระหว่างประเทศ หรือสถาบันการศึกษาที่จดทะเบียนตามกฎหมาย/เข้ามาประชุมหรือเข้าร่วมกิจกรรมทางศาสนาขององค์กรเอกชนในประเทศไทย
6. บุคคลในคณะทูตหรือคณะกงสุล องค์การระหว่างประเทศ และครอบครัว
7. คนต่างชาติที่มีวีซ่าท่องเที่ยว รหัส TR
8. คนต่างชาติที่มีวีซ่าท่องเที่ยว รหัส STV
9. คนต่างชาติ (หนังสือเดินทางธรรมดา) ที่สามารถเข้าไปท่องเที่ยวไทยได้โดยได้รับการยกเว้นวีซ่า ประเภท 30 วัน หรือ 90 วัน
10. คนต่างชาติที่มีวีซ่า Non-Immigrant B (การติดต่อหรือประกอบธุรกิจ)
11. คนต่างชาติที่มีวีซ่า Non-Immigrant O (เพื่อใช้ชีวิตในบั้นปลาย) หรือ O-X หรือ O-A
12. คนต่างชาติที่มี Elite visa ที่ได้รับอนุมัติเป็นการเฉพาะ
13. คนต่างชาติที่มีวีซ่า Non-Immigrant R (เข้ามาเผยแผ่ศาสนาในประเทศไทย) โดยต้องมีหนังสืออนุมัติจากกรมการศาสนา
14. คนต่างชาติที่เข้ามาเป็นอาสาสมัครในองค์กรเอกชน (NGO) หรือองค์กรการกุศล สาธารณะ หรือมูลนิธิ
15. คนต่างชาติที่เคยมีสัญชาติไทย
16. คนต่างชาติที่เข้ามาเป็นคู่ความและพยานในการดำเนินคดีในประเทศไทย
17. คนต่างชาติที่มี Transit visa เพื่อเดินทางผ่านประเทศไทยโดยออกจากสนามบิน โดยบุคคลกลุ่มนี้ยังต้องกักตัว 14 วัน
18. คนต่างชาติที่เดินทางเข้ามาเล่นกีฬาในประเทศไทย โดยต้องได้รับการอนุมัติจากสมาคมกีฬา และกระทรวงการต่างประเทศ
19. ผู้ถือบัตร APEC Card ที่มีรหัส THA

คนต่างชาติที่ไม่เข้าข่ายกลุ่มต่าง ๆ ข้างต้นยังไม่ได้รับอนุญาตให้เดินทางเข้าไทย เช่น แรงงานและครอบครัว นักเรียนในโรงเรียนนอกระบบ (อาทิ โรงเรียนสอนภาษา ดำน้ำ มวย ตัดเย็บเสื้อผ้า)

ตั้งแต่เดือนมีนาคม 2564 เป็นต้นไป ผู้โดยสารต่างชาติสามารถถ่ายลำ/เปลี่ยนลำ (transit/transfer) ที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิได้ 

โปรดศึกษารายละเอียดต่าง ๆ ที่นี่ (คลิก)

 

5. สามารถติดตามสถานการณ์ COVID-19 ได้จากที่ไหน

สถานเอกอัครราชทูตฯ จะออกรายงานสถานการณ์ COVID-19 เฉพาะในช่วงที่มีพัฒนาการสำคัญที่มีผลกระทบต่อคนไทยในกัมพูชา

สำหรับพัฒนาการรายวัน สามารถติดตามได้จากช่องทางต่อไปนี้
1. กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุขกัมพูชา (คลิก) กระทรวงข่าวสารกัมพูชา (คลิก
2. ศูนย์ข้อมูล COVID-19 (คลิก)
3. สถานการณ์การแพร่ระบาดของ COVID-19 ทั่วโลก (คลิก)